Me, myself
มโนมยิทธิเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน

สำนักสงฆ์ดอยกู่แก้วเมฆวนาราม

ตั้งกระทู้เมื่อ: 2018-04-11 21:05:56, แก้ไข: 2018-04-11 21:08:31

แท็ก: #เรื่องเล่า #เดี่ยวไมโครโฟน Me myself #กระทู้เว็บเก่า 

 
Me, myself
มโนมยิทธิเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน

โพสเมื่อ: 2018-04-11 21:08:31

สืบเนื่องมาจากความฝันในคืนหนึ่ง ฝันว่าตัวเองได้ปั่นจักรยานออกไปตามถนนลาดยางแล้วก็เลี้ยวเข้าถนนลูกรัง ตรงเข้าไปที่อาณาบริเวณวัดๆหนึ่ง เราก็ปั่นจักรยานเข้าไปหยุดอยู่ตรงซากโบราณสถานเป็นอิฐก่อสีแดง เหลือให้เห็นแค่ส่วนฐานเท่านั้น มีต้นไม้ปกคลุมอยู่ ภายในวัดไม่เห็นโบสถ์หรืออะไรอื่นๆ มีต้นไม้ใหญ่หลายต้น ดูเหมือนเป็นวัดป่า ในฝันรู้สึกได้ว่าชื่อวัดคือวัดไทยพุทธ.....(ชื่อต่อมาจำไม่ได้แล้ว แต่ตอนฝันใหม่ๆยังจำได้) ตอนที่กำลังยืนดูซากโบราณสถานอยู่ ก็เห็นพื้นดินเป็นรอยนูนขึ้นมาจากใต้ดิน มาจากไกลๆแล้วก็ขยับเข้ามาเรื่อยๆ ในฝันก็รู้ว่าเป็นพญานาคเลื้อยมาทางใต้ดิน จนพอมาใกล้เราก็หยุดเหมือนจะโผล่ขึ้นมา แต่กลายเป็นมีน้ำพุพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน เราก็พูดออกมาว่า ?เนี่ย รอยพญานาค? แล้วหลังจากนั้นเราก็ปั่นจักรยานออกจากวัด ตอนไปถึงถนนใหญ่ก็มีรถปิ๊กอัพขับมาอย่างเร็วเบียดซะจนเราลงข้างทางข้างคูไปเลย ไม่รู้จะรีบไปไหนกัน คนบนรถก็มองเรากันใหญ่ เราก็ปั่นจักรยานออกมาไม่นานก็มาถึงตัวเมือง เห็นตลาดแล้วก็โรงหนังด้วย ก็ยังคิดในใจ ?แหม..จากป่ามาแป๊ปเดียวถึงเมืองแระ ใกล้กันขนาดนี้เลยเหรอ? ความฝันก็จบลงตรงนี้


พอเช้าขึ้นมาก็รีบไปเสริทหาชื่อวัดนี้ เพราะมีความรู้สึกว่า น่าจะต้องได้ไปทำอะไรที่วัดนี้แน่ๆ แต่พอเสริทไปชื่อวัดไทยพุทธส่วนมากจะเป็นชื่อของวัดไทยที่อยู่ต่างประเทศซะเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็ชื่อที่เหมือนในฝันก็ไม่มีด้วย พอหาไม่พบก็เลยไม่ได้สนใจอีกต่อไป จนเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ขณะที่กำลังนั่งรอน้องๆมาฝึกมโน อยู่ๆก็คิดถึงเรื่องงานกฐินขึ้นมา พอดีกับที่คุณหนิงส่งข้อความมาถามว่า ปีนี้จัดกฐินที่ไหนเพราะว่าเหมือนพระท่านจะให้เราทำงานใหญ่ปีละหน ก็ตอบไปว่า ยังไม่รู้ แต่เราเองกลับนึกถึงความฝันที่ตัวเองปั่นจักรยานไปที่วัดขึ้นมาได้ทันที ก็เลยเล่าให้คุณหนิงฟังเรื่องฝันนั้น คุณหนิงก็บอกว่า ที่ถามอ่ะไม่ใช่อะไร เพราะว่าฝันว่าเห็นเรา น้องเบน น้องเล้ง น้องอ้อย น้องตู่และคุณหนิงเอง ปั่นจักรยานไปวัด เหมือนจะไปทำงานบุญร่วมกันอีกครั้ง เราก็เลยทักว่า ?อ้าว อะไรจะมาฝันเหมือนกัน? คุณหนิงก็บอกว่า ทางเข้าวัดอ่ะเป็นถนนลูกรัง ก็มาตรงกันอีก ก็บอกกับคุณหนิงว่า ?ชื่อวัดนี่อาจจะไม่ใช่ตามจริงนี้ ไม่รู้จะเป็นวัดไหน แต่ที่แน่ๆ วัดนี้ต้องมีพญานาคชัวร์ แล้วก็ต้องไม่ไกลจากตัวเมืองด้วยเพราะว่าในฝันออกมาไม่นานจะเจอตลาดกับโรงหนัง ไม่รู้จะหาวัดนี้เจอหรือเปล่า ดูเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรยังไงไม่รู้ อันนี้ก็ต้องแล้วแต่พระท่านก็แล้วกัน ถ้าจะให้เราจัดกฐิน เดี๋ยวท่านก็ต้องทำให้เราหาเจอเองแหละ?

พวกเราก็คิดว่า เอาไว้ก่อน ให้เสร็จจากงานผ้าป่าที่ภูโนก่อนละกัน แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ พอดีช่วงที่คณะไปผ้าป่ากัน แต่ดิฉันไม่ได้ไปด้วย ก็อยู่บ้านสอนมโนให้น้องๆ แล้วก็พอดีได้คุยกับพี่นกที่อยู่ที่แพร่ เคยจัดพระบรมสารีริกธาตุให้พี่นกไปสี่ร้อยชุด เพื่อนำไปถวายตามวัดต่างๆ ตั้งแต่พี่นกรับพระบรมสารีริกธาตุไป ก็ได้มีโอกาสร่วมงานบุญตลอด พร้อมทั้งอัญเชิญพระบรมสาริริกธาตุไปบรรจุที่วัดหลายๆแห่ง ซึ่งพี่เขาก็จะมาแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ เราก็อนุโมทนาบุญด้วย จนพอวันที่ ๘ ก.ค. พี่เขาก็เอาภาพมาให้ดูที่ได้ไปถวายพระบรมสารีริกธาตุให้กับสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง พร้อมทั้งเล่าว่า คุณลุงที่อยู่ที่วัดท่านบอกว่าเมื่อก่อนมีแม่ชีมาบวชอยู่ที่นี่ แล้วท่านติดต่อเจ้าที่ได้ แต่งชุดโบราณ ได้ส่งทหารมาคอยคุ้มครองแม่ชี แม่ชีบอกว่า ที่ดอยลูกนี้ เมื่อก่อนมีถ้ำอยู่ด้วย ในถ้ำมีน้ำไหลผ่านอยู่ ขณะที่นั่งปฎิบัติอยู่ก็ได้ยินเสียงน้ำไหล แต่ปัจจุบันนี้ เขาได้ปิดปากถ้ำไว้ แต่แม่ชีไม่ได้บอกว่าเขาน่ะ เป็นใคร แต่บอกว่ามีพญานาคด้วย ตอนที่ฟังพี่เขาเล่าเรื่องแม่ชีเราก็คิดแล้วว่า ต้องมีพญานาคอยู่ที่นี่แน่ แล้วไม่รู้คิดยังไงก็เลยถามพี่เขาว่า วัดนี้ทางเข้าเป็นแบบไหน เป็นถนนลูกรังหรือเปล่า พี่เขาก็บอกว่าใช่
เราก็ถามต่อว่า มีซากโบราณสถานบ้างไหม พี่เขาก็ว่า ก็ตรงที่สร้างเจดีย์ มีสถูปเก่าอยู่ แต่ว่าก่อนที่จะสร้างเจดีย์นั้นเห็นเขาว่ามีฐานอะไรอยู่ไม่รู้ เราก็เลยรีบถามต่อว่า เป็นฐานอิฐก่อใช่หรือเปล่า พี่เขาว่าเป็นอิฐโบราณก้อนใหญ่ๆ เราก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที พร้อมกับบอกพี่เขาว่า ขนลุก เพราะกำลังตามหาวัดในฝันอยู่ พี่เขาถามว่าใช่ไหม ก็ว่า ก็ที่ถามๆไปนั่นแหละ จากนั้นก็เล่าให้พี่เขาฟังว่าเราฝันว่ายังไง พอเล่าจบพี่เขาว่า ?ขนลุก?



เราก็ถามต่อว่า แล้ววัดนี้อยู่ไกลจากตัวเมืองมากไหม พี่เขาว่าแค่หกกิโลเมตร เราก็ว่า แต่แตกต่างราวฟ้ากับดินเลยใช่ไหม ป่ากับเมือง พี่เขาว่าใช่ แล้วพี่เขาก็บอกว่า รู้ไหมว่าตลาดกับโรงหนังที่สาวฝันอ่ะ มันอยู่ใกล้ๆนี่แหละ เราก็ อ๊ากก จริงเหรอ พี่เขาก็ว่าจริงดิ โกหกผิดศีลนะเฟ้ย เราก็ว่า เออ จริง จากนั้นเลยขอให้พี่เขาไปถ่ายรูปวัดมาให้ดูเยอะๆ แล้วก็ขอประวัติด้วย จริงๆยังไม่ได้เป็นวัด เป็นเพียงสำนักสงฆ์ค่ะ ชื่อสำนักสงฆ์ดอยกู่แก้วเมฆวนาราม ประวัติมีดังนี้



ประวัติโดยสังเขป

เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกที่แห่งนี้ว่าดอยกู่ ซึ่งเป็นที่ประดิษย์ฐานของกู่ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระเครื่อง แก้วแหวนเงินทอง ตามความเชื่อของคนในสมัยก่อนที่มีต่อศาสนาพุทธ ซึ่งกู่(เจดีย์)แห่งนี้ ก่อนที่จะมีพระสงฆืได้เข้ามาบูรณะนั้น กู่แห่งนี้ได้ถูกลักลอบขุดมาก่อน เหลือเพียงแต่เศษซากอิฐโบราณที่มีขนาดใหญ่และกระเบื้องดินเผา พบพระเครื่อง มีลักษณะเป็นรูปคล้ายใบเสมาขนาดใกล้เคียงกับฝ่ามือ ภายหลังทราบว่า เป็นพระ 12 ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยเจ้าแม่จามเทวี ขณะที่สถาปนานครหริภุญไชย (จ.ลำพูน พศ.1311) ซึ่งตรงกับพระที่พบกรุวัดมหาวัน วัดดอนแก้วใน จ.ลำพูน และยังได้พบกับอิฐโบราณที่มีอักษร วะ ซึ่งเป็นอักขระขอมโบราณบริเวณเดียวกัน ในการบูรณะกู่แห่งนี้ จึงได้นำสิ่งของที่พบ บรรจุไว้ในกู่เหมือนเดิม เล่ากันว่า...ดอยแห่งนี้เป็นที่ตั้งของกู่ที่ชนกลุ่มน้อยได้สร้างเป็นสถานศักดิ์สิทธิทางพุทธศาสนา

ซึ่งอพยพมาจากเมืองหริภุญไชย หลังจากเจ้าแม่จามเทวีได้สถาปนาเมืองขึ้นแล้ว ชนกลุ่มนี้เป็นชาวม่าน และชาวมอญรวมกันที่อาศัยอยู่ในหริภุญไชย นำโดยเจ้าไชยสาได้ออกแสวงหาดินแดนใหม่ระหว่างการขยายอาณาจักรหริภุญไชย ถึงเขลางค์นคร นครใหม่ที่พระนางจามเทวีสร้าง และได้ส่งเจ้าอนัตยศมาปกครอง แต่หลงทางมาจนถึงดอยแห่งนี้ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นพื้นที่ ที่เหมาะแก่การสร้างถิ่นอาศัย [มีพื้นที่ราบและแหล่งน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่า จำดู่ และดินยวง ที่มีน้ำออกรูตลอดปี(ปัจจุบันเป็นอ่างเก็บน้ำของ ม.รามคำแหง แพร่) ยุคนั้น ซึ่งเป็นยุคที่ศาสนาพุทธเจริญรุ่งเรือง ชนกลุ่มนี้จึงได้สร้างกู่และใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบกิจทางศาสนา ภายหลังขอมได้เข้ามายึดเมืองละโว้ ได้กรีฑาทัพขึ้นเหนือเพื่อตีหริภุญไชย เมื่อกองทัพขอมจากเมืองละโว้เดินทางมาถึง เจ้าไชยสานำคนเข้าต่อสู้เพื่อปกป้องดินแดนแห่งนี้ แต่เนื่องจากกำลังคนมีน้อยและปกป้องสถานศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา เจ้าไชยสาต่อสู้กับทหารละโว้จนตายในที่สุด ณ สนามรบแห่งนี้



พอตอนกลางคืนก็เลยได้ขึ้นไปกราบพระท่านแล้วได้สอบถามว่าใช่ที่แห่งนี้หรือเปล่าที่เราฝันเห็น ก็ได้รับคำตอบมาว่าใช่ แล้วก็ได้พบกับท่านแม่ศรีท่านก็ช่วยย้ำเตือนอีกทีว่าใช่ที่แห่งนี้ ให้กลับไปบูรณะถิ่นเดิมให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ให้เป็นสถานที่ที่สืบทอดพระศาสนาต่อไป



ได้ให้พี่นกไปติดต่อสอบถามท่านเจ้าอาวาสหากว่าจะจัดกฐินไปทอด แต่ท่านเจ้าอาวาสบอกว่า ทำกฐินไม่ได้เพราะว่าที่สำนักสงฆ์มีพระคือท่านอยู่รูปเดียวกับเณรอีกหนึ่ง มีพระไม่ครบห้ารูป แล้วก็ใกล้เข้าพรรษาแล้ว นิมนต์พระมาอยู่เพิ่มไม่ทันแล้ว ก็เลยคิดว่าอาจจะจัดเป็นผ้าป่าไปถวายแทน เพราะว่าตอนนี้สำนักสงฆ์กำลังสร้างเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุอยู่ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ยังขาดปัจจัยอยู่อีกประมาณแสนเศษ เดี๋ยวยังไงถ้ามีโอกาส ดิฉันจะขึ้นไปดูสถานที่ แล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีค่ะ เผื่อท่านใดอยากร่วมบุญด้วย ขอให้ลูกหลานหลวงพ่อกับแม่ศรีทั้งหลายจงร่วมบุญกันบูรณะที่แห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาสืบเนื่องต่อไปนะคะ

1