Me, myself
มโนมยิทธิเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน

เก็บตกธรรมะ

ตั้งกระทู้เมื่อ: 2018-04-11 21:46:46, แก้ไข: 2018-04-11 22:15:33

แท็ก: #เรื่องเล่า #เดี่ยวไมโครโฟน Me myself #กระทู้เว็บเก่า 

 
Me, myself
มโนมยิทธิเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน

โพสเมื่อ: 2018-04-11 21:51:20

Me_myself

คัดลอกลิงค์
โพสต์เมื่อ 2012-1-31 10:14 |

ไม่รู้จะเอาไปใส่หัวข้อไหน ตั้งใหม่ละกัน ฮาฮา

พอดีอ่านหนังสือ "ธรรมะรุ่งอรุณ" ของหลวงพ่อวิริยังค์แล้วชอบใจในคำสอนและเรื่องที่ท่านเล่า ก็เลยขอเอามาลงให้อ่านกันบ้าง ตามนี้ค่ะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


๐๐๕. การเผยแพร่ธรรมมะ (๑๗ กรกฏาคม ๒๕๕๐)


ธรรมะ ไปหาที่ฝรั่งก็ให้ธรรมะเขา ไปหาคนลาวคนไทยก็ไปให้ธรรมะเขา มาที่นี่ก็ให้ธรรมะอีก ก็เพราะว่า ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจารี พระธรรมย่อมรักษา ผู้ปฏิบัติธรรมรักษาให้ชีวิตของเขานั้นได้รับคุณงามความดี โดยเฉพาะหลวงพ่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพอันนี้เป็นหาทางลัดหมายความว่าเดินไปทางสมาธิโดยเฉพาะ เพราะว่าสมาธินี้จะเป็นพื้นฐานของธรรมะทั้งปวง ถ้าหากว่าขาดสมาธิไปแล้วนี่ธรรมะก็เหลว เพราะว่าเราทำสมาธิมันก็มีการให้อภัย มีการที่ไม่ต้องผูกพยาบาท อาฆาต จองเวร ในการผูกพยาบาท อาฆาต จองเวร นี้ไม่ดีเลย ชาตินี้เราชนะเขา ชาติหน้าเขาก็ชนะเรา ชาติหน้าเราชนะเขา ชาติต่อไปเขาก็ชนะเรา มันผลัดกัน เพราะว่ากรรมเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่า เป็นตัวแปรที่มีความสำคัญมาก


ท่านเล่าไว้ในพระไตรปิฏกว่ามีครอบครัวๆหนึ่ง มีลูกผู้ชายคนเดียว แล้วพ่อก็ตายไป แล้วก็เป็นเศรษฐีด้วย แล้วทีนี้ทางลูกชายก็ไม่อยากที่จะมีครอบครัว บอกแม่ว่าไม่มีหรอก คอยดูแลแม่จนกว่าจะตาย ทางแม่ก็ไม่ยอม บอกว่าไม่มีครอบครัวแล้วไม่มีใครสืบต่อทรัพย์สมบัติ ก็เลยไปหาผู้หญิงมาให้คนหนึ่งเป็นภรรยา ผู้หญิงคนนั้นก็เลยกลายเป็นหมันไม่มีลูก ทางแม่ก็บอกว่าอย่างนี้ไม่ได้แล้ว มันไม่มีทายาท ต้องไปหามาใหม่ ทางลูกชายก็เลยไปหามาได้อีกคนหนึ่งใหม่ พอคนใหม่มานี่มันก็ตั้งท้อง พอตั้งท้องแล้วทางฝ่ายเมียหลวงก็คิดว่าถ้ามันเกิดลูกขึ้นมานี่เราก็เหมือนทาส เพราะฉะนั้นต้องฆ่ามัน ก็เลยทำเป็นปากหวานก้นเปรี้ยว แล้วก็ไปบอกว่าฉันนี้จะดูแลเธออย่างดี แต่แท้ที่จริงนั้นน่ะเอายาฆ่าลูกให้กินก็เลยตาย ต่อมาคนที่๒ ก็เอาไปให้กินอีก ลูกก็ตายอีก ที่นี้ก็เลยมาคิดว่าเมียหลวงนี้แกล้งก็เลยไม่บอก จนกระทั่งท้องโต ทีนี้พอท้องโตแล้วก็ทำปากหวานก้นเปรี้ยวไปอีกนั่นแหละ จนกระทั่งสามารถเอายาให้กินได้อีก ทีนี้ก็ตายทั้งแม่ทั้งลูกเลย ทั้งแม่ทั้งลูกก็ผูกพยาบาท ชาตินี้มันฆ่ากู ชาติหน้าขอให้กูฆ่ามัน ก็อธิษฐานว่าอย่างนั้น ทีนี้ทางฝ่ายสามีเขารู้ว่าภรรยาหลวงไปทำร้ายลูกทั้ง ๓ คน ก็เลยทำร้ายภรรยาหลวงให้ตายไป ภรรยาหลวงตายไปเกิดเป็นไก่ ภรรยาน้อยตายไปเกิดเป็นแมว พอไก่มันไข่ออกมาก็ไปกิน ลูกหนึ่ง ๒ ลูก พอลูกที่ ๓ ก็กินแม่เลย ไก่ก็ผูกพยาบาท แล้วว่าชาตินี้มึงฆ่ากู ชาติหน้าขอให้กูฆ่ามึง ทางไก่ก็ไปเกิดเป็นเสือ ทางแมวก็ไปเกิดเป็นเนื้อ พอเนื้อ ลูกออกมาตัวหนึ่งเสือก็ไปกิน ออกตัว ๒ เสือก็ไปกิน ออกตัว ๒ ก็กินทั้งแม่ทั้งลูกเลย เนื้อก็เลยพยาบาทว่ามึงกินกูในชาตินี้ ชาติหน้าขอให้กูกินมึง ทางเนื้อก็ไปเกิดเป็นยักษ์ ทางเสือก็ไปเกิดเป็นคน ทีนี้ยักษ์มันแปลงตัวได้ก็ไปเป็นคนรับใช้ คนพอเกิดลูกขึ้นมาเสร็จแล้ว ยักษ์มันก็หักคอลูกตายไปคนหนึ่ง พอมาคนที่ ๒ ก็หักคอตายอีกแล้ว ทีนี้ทางภรรยาก็เลยบอกว่าอย่ากระนั้นเลยเราหนีจากที่นี่เถิด ถ้าขืนอยู่ที่นี่ไปยักษ์มันก็จะมาฆ่าลูกเราแม้จะฆ่าตัวของเราด้วย ต่างคนก็ต่างหนี ทางยักษ์มันต้องอยู่เวร มันมาช้า ทางนี้ก็หนีไปไกลแล้ว แต่ทีนี้ยักษ์มันวิ่งเร็วกว่ามันก็เลยตามไปทัน แต่ว่าทางแม่ลูกสามี ๓ คน เข้าไปในวัดพระเชตะวันแล้ว ยักษ์ก็เลยไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ กลับไปยืนร้องไห้อยู่ที่ประตูวัด พระพุทธเจ้าก็เลยเรียกให้ยักษ์เข้าไปแล้วพระองค์ก็เทศน์ว่า นะหิ เวเรนะ เวรานิ สัมมันตีธะ กุทาจะนัง จะ สัมมันติ เอสะ ธัมโม สะนันตะโน บอกว่าเวรมันระงับด้วยเวรไม่ได้หรอก แต่ระงับด้วยเพราะความไม่มีเวร ยักษ์ก็เลยสำเร็จเป็นพระโสดาบัน เมื่อเป็นพระโสดาบันแล้วก็ไม่มีฆ่าใคร นอกจากมีชีวิตด้วยผักปลา ทีนี้พระพุทธเจ้าก็ให้ทั้ง ๒ คนนี้เป็นมิตรกัน ก็เลยไปอยู่บ้านเดียวกัน ยักษ์อยู่ห้องหนึ่ง คนอยู่ห้องหนึ่ง ทีนี้ยักษ์มันรู้ว่าปีไหนฝนไม่มี ปีไหนมี แล้วมันรู้หลายอย่าง มันก็แนะนำให้ตระกูลนั้นร่ำรวยขึ้นมา แล้วเวรก็ระงับไปด้วยความไม่มีเวร


เพราะฉะนั้นเมื่อทำสมาธิแล้ว ก็จะเกิดพลังจิต เมื่อเกิดพลังจิตแล้วพลังจิตก็จะไปเป็นกระแสจิต เมื่อไปเป็นกระแสจิตแล้ว กระแสจิตก็จะต้องไปช่วยเราด้วยประการต่างๆ แล้วก็จะเป็นเครื่องเตือน สมาธินั้นเมื่อมีสติ มีพลังจิตแล้ว มันก็เป็นเครื่องเตือนว่าอย่างนี้มันไม่ดีนะ อย่าทำเลย ถ้าหากว่าถูกมานี่ มันไม่เตือนหรอก ถ้าทำถูก ถ้าทำผิดมันจะเตือน พลังจิตนี่เปรียบเหมือนกันกับคนที่เรียนหนังสือ คนที่เรียนหนังสือนี่ถ้าหากเขาเรียนจบมัธยมแล้ว เขาก็อ่านออกเขียนได้ พอเวลาเขาอ่านผิดนี่ก็เตือนเลยเลยทันทีว่านี่แกอ่านผิดแล้ว เขาเขียนผิดก็เตือนเลยทันทีว่าแกเขียนผิดแล้ว เตือนว่าให้เขียนเสียให้ถูก อย่างนี้ ทีนี้สำหรับคนที่ไม่มีการศึกษา ไม่ได้ศึกษาเลย ประถม มัธยมไม่ได้ เปิดขึ้นมาก็อ่านไม่ออก ถึงจะเขียนก็เป็นไส้เดือนกิ้งกือไม่สามารถที่จะรู้ได้เพราะว่าตัวไม่ได้เรียนมาตั้งแต่ก่อน ท่านเปรียบเทียบเหมือนกับพลังจิต พลังจิตถ้าเราไม่ได้ทำสมาธินี่ไม่มีพลังจิตที่สะสมเอาไว้ ถ้าเราทำสมาธินี่ก็จะมีพลังจิตที่สะสมเอาไว้ เมื่อสะสมเอาไว้แล้วนี่สะสมมากเข้าๆ ก็แข็งแกร่งขึ้น เพราะฉะนั้นบางคนอาจจะไม่ค่อยทำสมาธิ แล้วก็ปล่อยปะละเลย แล้วจิตใจมันก็ต่ำลงๆ ในที่สุดพลังจิตที่หามาได้แต่ก่อนก็จะหมดไปสิ้น แล้วก็เหลือเป็นธรรมดา แล้วก็มีแต่สิ่งที่ทำให้เราเกิดโทษขึ้นมาในตัวของเรา


เพราะฉะนั้นหลวงพ่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพขึ้นมานี่ เพื่อต้องการที่จะให้คนทั้งหลายเนี่ยพากันสร้างพลังจิตขึ้น เพราะฉะนั้นหลวงพ่อจึงผลิตครูขึ้นมาเยอะ แต่ก่อนนั้นใครจะเป็นครูต้องรอสัก ๑๐ ปี ๒๐ ปีกว่าจะเป็นครูได้ นี่หลวงพ่อสอนแค่ ๖ เดือนก็เป็นครูได้แล้ว เรียกว่าย่นย่อมากที่สุดแล้ว แล้วก็ทำไมถึงจะต้องเป็นครูเพราะว่าต้องการที่จะขยายสมาธิไปให้กว้างขวาง เมื่อสมาธิกว้างขวางแล้วคนก็เป็นจำนวนมากก็สามารถได้พลังจิต ความสงบสุขก็เกิดขึ้นกับครอบครัว ความสงบสุขก็เกิดขึ้นกับสังคม ความสงบสุขก็เกิดขึ้นกับโลก สวัสดี


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ที่เอามาลงให้ดูเพราะเรื่องการจองเวรนี่แหละค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็เคยสงสัยมาก่อนเรื่องกรรมนี่แหละค่ะ (จริงๆเขาไม่ให้คิดนะ เพราะเป็นอจินไตย) เรื่องที่ว่าฆ่าคนแล้วพอชาติต่อไปเขาก็ฆ่ากลับ มองๆดู เออ มันก็สมเหตุสมผล แบบว่าเอ็งฆ่าข้า ชาติต่อไปข้าก็มาฆ่าเอ็ง แต่ว่ามันน่าจะจบสิ้นหายกัน มันกลับไม่จบ เพราะก็ถือว่าเป็นกรรม ก็เลยชาติต่อไปก็ต้องกลับมาฆ่ากันไปฆ่ากันมาแบบนี้ ไม่รู้จะจบสิ้นเมื่อไหร่ ก็เลยได้ขึ้นไปกราบถามพระพุทธเจ้าท่านว่า แล้วกรรมอันนี้จะจบลงได้อย่างไร จะจบแบบไหน เพราะก็ฆ่ากันไปฆ่ากันมา ท่านเมตตาตอบมาให้หายสงสัยว่า "ก็จบที่เราไง เวรระงับได้ด้วยการไม่จองเวร" แค่นี้เองสั้นๆ แต่เข้าใจทะลุปรุโปร่ง ธรรมะของพระองค์เป็นสิ่งจริงแท้แน่นอนค่ะ สา

Me, myself
มโนมยิทธิเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน

โพสเมื่อ: 2018-04-11 21:53:21

chaiwan

คัดลอกลิงค์
โพสต์เมื่อ 2012-1-31 10:34 |

สาธุครับ อนุโมทนาด้วยครับ
"ต้องจบที่เรา" ชัดเจนมากครับ ถึงแม้จะทำได้ยากแค่ไหน ก็จะเตือนสติตนเองทุกครั้งที่ระลึกได้ครับ เพีื่อพระนิพพานครับ
ขั้นแรก คงต้องประคองสติให้มีพุทโธไว้ทุกลมหายใจเข้า และออก

Me, myself
มโนมยิทธิเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน

โพสเมื่อ: 2018-04-11 21:55:25

Kook

คัดลอกลิงค์
โพสต์เมื่อ 2012-1-31 12:39

ใครจบได้ก่อนก็มีผลอนิสงค์เข้าถึงความหลุดพ้นก่อนใช่ใหมครับพี่สาว แต่ผู้ถูกกระทำต้องกล่าวอโหสิกรรมหรือไม่ครับ หรือแค่คิดไม่โต้ตอบก็จบผลกรรมกันแค่นี้ครับ
แสดงความคิดเห็น

Me_myself ก็ขอขมา ขออโหสิกรรมให้แก่กัน อภัยทานเป็นทานอันสูงสุด โพสต์เมื่อ 2012-1-31 13:05 ลบ

Me, myself
มโนมยิทธิเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน

โพสเมื่อ: 2018-04-11 21:56:25

rehacked

คัดลอกลิงค์
โพสต์เมื่อ 2012-1-31 13:19 |
อากาศหนาวๆ อ่านแล้วยิ่งหนาวเลย คิดถึง มด แมลง กุ้ง หอย ปู ปลา ยุง ไก่ เป็ด ที่ฆ่าไปนับไม่ถ้วน
โชคดีที่บุญกุศลกรรมดีส่งผลก่อน เลยมาหลวงพ่อของเรา เลยได้วิธีผ่อนหนักเป็นเบา
ทุกวันนี้ก็พยายามปล่อยปลาปล่อยสัตว์ใหญ่ให้เยอะๆ และอุทิศให้เขา แล้วก็ขออโหสิกรรมบ่อยๆ
ตอนนี้เลยไม่ค่อยเจ็บป่วย

ทุกวันนี้เวลาใครมาทำอะไร ให้เราเจ็บช้ำน้ำใจ โดนหลอก โดนโกง ก็คิดไปซะว่าเราคงเคยทำไว้
ก็อโหสิกรรมให้เขาไป เมื่อก่อนนี่ไม่ยอมเด็ดขาด โดยนิสัยส่วนตัวถ้าอยากรู้อะไรต้องรู้ให้ได้
แสดงความคิดเห็น

jeab อนุโมทนาด้วยค่ะ โพสต์เมื่อ 2012-6-19 18:09 ลบ

Me_myself ระวังเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นมะนาวต่างนุ๊ดบ้างนะ เห็นฝันถึงตลอด โพสต์เมื่อ 2012-1-31 13:41 ลบ

Me, myself
มโนมยิทธิเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน

โพสเมื่อ: 2018-04-11 22:02:57

Me_myself

โพสต์เมื่อ 2012-2-20 14:04 |

อันนี้เก็บตกคำถามเรื่องมโนมยิทธิที่ลูกศิษย์ได้ถามกับครูบาเจ้าเพชรเมื่องานบวชเนกขัมมะในวันพ่อปี ๒๕๕๔ ก็เอามาลงเท่าที่จำได้นะคะ รายละเอียดอาจจะไม่ครบถ้วนนัก แต่ก็เนื้อหาประมาณนี้ หากขาดตกบกพร่องประการใด ข้าพเจ้าขอรับผิดแต่ผู้เดียวค่ะ


คำถาม - เรารู้ได้อย่างไรว่าเราขึ้นไปบนพระนิพพานจริง

คำตอบ - เวลาเธอกินข้าวอิ่มแล้ว เธอรู้ไหมว่าเธออิ่ม

ผู้ถาม - รู้ครับ

ครูบา - แล้วถ้าเธออิ่มแล้ว อิ่มจนที่ไม่สามารถจะกินอะไรได้อีก ต่อให้มีอาหารวิเศษเลิศเลอปานไหน เธอก็ไม่สามารถกินได้อีกน่ะ เธอรู้ไหม เธอจะกินได้อีกไหม

ผู้ถาม - รู้ครับ กินไม่ได้ครับ

ครูบา - แล้วคนอื่นจะรู้ไหมว่าเธออิ่ม

ผู้ถาม - ไม่รู้ครับ

ครูบา - นั่นแหละ พระนิพพานที่เธอไปได้ เธอก็จะรู้ได้เองว่าไปได้จริงหรือไม่จริง เพราะมันจะอิ่มเต็มที่จนไม่สามารถมีอะไรมาได้อีก เหมือนที่เธอกินข้าวอิ่มแล้วไม่สามารถจะกินเข้าไปได้อีกนั่นแหละ และของแบบนี้ก็เป็นเรื่องเฉพาะตน คนอื่นก็ไม่สามารถรู้ได้หรอกว่าเธออิ่มหรือไม่อิ่ม
แสดงความคิดเห็น

jeab อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ โพสต์เมื่อ 2012-6-19 18:10 ลบ

Dang88 อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-6-19 12:31 ลบ

Cokinokung อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-2-20 21:53 ลบ

MaAoM สาธุ อนุโมทนานะคะ โพสต์เมื่อ 2012-2-20 17:39 ลบ

akp07 อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-2-20 15:53 ลบ

Me, myself
มโนมยิทธิเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน

โพสเมื่อ: 2018-04-11 22:04:45

Me_myself

โพสต์เมื่อ 2012-2-20 14:18 |

คำถามนี้น้องอ้อมเราเป็นคนถาม อาจจะไม่ครบถ้วนต้องให้น้องอ้อมมาเล่ายืนยันอีกที คำถามนี้น้องอ้อมเคยถามดิฉันมาแล้ว ก็ตอบไปแล้ว แต่น้องอ้อมคาใจเลยขอให้ครูบาท่านสงเคราะห์ให้อีกที ซึงคำตอบก็ออกมาแบบเดียวกัน ก็ทำให้เรามั่นใจได้ว่า มโนเราไม่เพี้ยน ฮาฮา อย่างน้อยก็อุ่นใจวุ้ย

คำถาม - เวลาขึ้นไปบนพระนิพพานแล้ว ได้สนทนากับพระ จะเป็นเหมือนจิตเราถามเองตอบเอง ทำให้ไม่มั่นใจ เพราะเป็นเสียงเรา

ครูบา - ถ้าฝึกไปจนชำนาญ จนคล่อง ต่อไปเราจะแยกแยะเสียงของพระท่านได้ว่าที่ตอบมาน่ะ ไม่ใช่เสียงของเรา แต่เป็นเสียงของพระท่าน เราจะรู้ได้เอง


-----------------------------------------------------------------------------------------

ปล. อันนี้ต้องให้น้องอ้อมมาขยายคำตอบอีกที แต่ก็ประมาณนี้แหละค่ะ มึหลายคนเคยถามคำถามแบบนี้กับดิฉันเหมือนกัน ซึ่งก็บอกไปทุกครั้งว่า ถ้าฝึกจนคล่องแล้วจะแยกแยะเสียงได้เอง จะไม่ใช่เสียงเรา เราจะรู้ได้ว่าเป็นเสียงผู้ชาย เสียงผู้หญิง เสียงเด็ก เสียงคนแก่ เสียงของสมเด็จก็แบบหนึ่ง เสียงของพระสมณโคดมก็แบบหนึ่ง แล้วคำตอบก็ไม่ใช่ว่าเราตอบเองให้พิจารณาว่า ถ้าเรารู้คำตอบอยู่แล้ว เราคงไม่ขึ้นไปถามพระ (ในกรณีที่ยังแยกเสียงไม่ออก) แล้วคำตอบแบบนี้เราคงไม่รู้มาก่อน ลองพิจารณากันดูนะคะ ถ้าอยากจะฝึกมโนมยิทธิให้คล่องๆ
แสดงความคิดเห็น

jeab อนุโมทนาค่ะ โพสต์เมื่อ 2012-6-19 18:11 ลบ

Dang88 อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-6-19 12:32 ลบ

akp07 อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-2-20 15:55 ลบ

MaAoM อ๊า!! พี่สาวง่ะคนความจำสั้นจะอธิบายได้มั้ยน้อ โพสต์เมื่อ 2012-2-20 14:38 ลบ

chaiwan อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-2-20 14:21

1 2 3