Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

ทริปทำบุญหล่อพระสมเด็จองค์ปฐมที่วัดลำพญากลาง

ตั้งกระทู้เมื่อ: 2018-04-11 23:16:55, แก้ไข: 2018-04-11 23:24:11

แท็ก: #กระทู้เว็บเก่า #เรื่องเล่า จากทริป (ประสบการณ์ที่น่าสนใจจากทริป..ต) 

 
Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:17:43

Me_myself :
โพสต์เมื่อ 2011-5-24 17:34

เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 20 คุณหนิงชวนให้ไปทำบุญหล่อพระสมเด็จองค์ปฐมที่วัดลำพญากลางในวันเสาร์ที่ 21 พอดีก็ว่างๆ เลยตกลงไป ทั้งคณะมีกันสี่คน มีดิฉัน คุณหนิง พี่ลี และน้องตุ๊ก นัดกันที่สถานีรถไฟฟ้าตรงสนามกีฬาตอน 9.30 น. คุณหนิงขับรถมารับดิฉันกับน้องตุ๊ก แล้วก็แวะไปรับพี่ลี จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปที่วัดที่อยู่ตรงรอยต่อระหว่างสระบุรีและโคราช เราไปถึงวัดก่อนพิธีจะเริ่มสักยี่สิบกว่านาที พวกเราก็ได้นำเงินที่พี่น้องญาติธรรมฝากกันไปทำบุญร่วมด้วย ยอดเงินทั้งหมดคือ 2,220 เราแบ่งเงินไปซื้อทองแท่งหนึ่งแท่งเป็นราคา 999 บาท (เอาเงินหยอดใส่ตู้ไปหนึ่งพัน) แล้วก็เขียนชื่อคณะชุมชนมโนมยิทธิลงในทองแท่งนั้น เงินที่เหลือก็ใส่ซองแล้วร่วมทำบุญกับทางวัดไป

ดิฉันนำกำไลเงินและกำไลทองที่น้องช้างชายฝากไว้ให้นำไปหล่อพระที่แม่แจ่ม แต่ครั้งนั้นดิฉันไม่ได้ไป น้องช้างชายเลยบอกว่าเอาไว้หล่อพระที่อื่นก็ได้ ครั้งนี้ดิฉันเลยได้นำไปถวายให้กับทางวัดเพื่อใช้ในการหล่อพระสมเด็จองค์ปฐมองค์นี้ค่ะ ขออนุโมทนากับน้องช้างชายด้วย

และคุณหนิงได้นำพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จองค์ปฐมไปถวายให้กับเจ้าอาวาสด้วยเพื่อไว้บรรจุในองค์พระต่อไป จากนั้นพวกเราได้เข้าไปกราบ พอจ โนรี เจ้าอาวาสวัดหนองหญ้าปล้องซึ่งท่านได้มาร่วมในงานหล่อพระนี้ด้วย คนอื่นเคยเจอกับ พอจ แล้ว มีดิฉันคนเดียวที่ยังไม่เคยเจอท่าน แต่จริงๆเคยจะได้ไปกราบท่านถึงสามครั้ง แต่ก็มีเหตุให้ดิฉันต้องยกเลิกทุกครั้งไป ซึ่งคิดว่าอาจจะยังไม่ถึงวาระที่จะได้พบครูบาอาจารย์ก็ได้ ครั้งนี้พอ พอจ เห็นหน้าดิฉัน ท่านก็ชี้มาที่ดิฉันแล้วก็บอกว่า "นี่ คนนี้ยังไม่เคยโดนผ่าตัดนี่" (หมายถึงยังไม่เคยโดนท่านสอนธรรมะ) ดิฉันได้นำชาตะไคร้ที่น้องตู่ฝากไปถวายท่าน กับน้ำยาเอนกประสงค์ถวายกับท่านด้วย สักพักท่านก็ขอตัวเข้าร่วมพิธี พวกเราก็นั่งกันอยู่รอบนอก มีคนมาร่วมงานพอสมควร ทางวัดได้นำรถเครนมาช่วยในการยกถังหล่อพระด้วย (เพิ่งเคยเห็นที่วัดนี้ใช้รถเครน ที่อื่นที่เคยไปมาใช้คนขึ้นไปอยู่บนนั่งร้านแล้วส่งต่อกัน) ซึ่งก็ทำให้เสียทันศนียภาพไปพอสมควร ไม่ได้เห็นการหล่อพระที่ชัดเจน พวกเราเลยได้แต่รูปถ่ายตอนที่เสร็จพิธีแล้วและรถเครนได้ออกไปแล้ว

เสร็จพิธีก็ได้ไปรับน้ำมนต์จากพระเกจิอาจารย์ที่มานั่งปรกในพิธีนี้ องค์สุดท้ายเป็น พอจ ติงลี่ พอท่านเห็นคุณหนิง ท่านถามว่า เอาผ้ายันต์ไหม คุณหนิงถามว่าผ้ายันต์อะไรคะ เอาค่ะ (ฮา) ท่านบอกว่า ผ้ายันต์หลวงปู่ปาน ต้องแจกตอนคนน้อยๆ เพราะมีไม่เยอะ ดิฉันก็ได้รับมาหนึ่งผืน จากนั้นท่านถามว่า เอาไปให้เพื่อนหรือเปล่า ก็เลยตอบว่า ขออีกสองผืนค่ะ เพราะมีเพื่อนอีกสองคนที่มาด้วยกัน (พี่ลีกับน้องตุ๊กเล่นชิ่งไปกินก๋วยเตี๊ยวกันสองคนไม่ชวนเล้ย)

หลังจากที่ พอจ ทั้งหลายเสร็จจากการพรมน้ำมนต์ ก็เตรียมตัวเดินทางกลับ พวกเราก็ยืนรอส่ง พอจ โนรี กลับวัด พอ พอจ เห็นหน้าพวกเราก็ถามว่า หนิงจะไปไหนต่อ คุณหนิงก็บอกว่ากลับบ้าน ท่านก็ว่าไปวัด พอจ ไหม คุณหนิงก็ยังไม่ตอบ หันมามองหน้าเรากัน ถามว่าเอาไง ก็เลยบอกว่า ไงก็ได้ ไม่มีปัญหา พอจ ชวนอยู่สามรอบ ก็เลยตอบตกลงไปวัดหนองหญ้าปล้องกัน ไปแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อนเสื้อผ้าก็ไม่ได้เอามาเปลี่ยน ไม่มีอะไรมาเลย เพราะตอนแรกกะว่ามาเช้าเย็นกลับ ไม่ได้ค้างที่ไหน

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:18:12

TPC20180411231655462.201804112318126985

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:18:12

TPC20180411231655462.201804112318127588

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:18:46

Me_myself :
โพสต์เมื่อ 2011-5-24 18:01

ออกจากวัดลำพญากลางก็เกือบๆสามโมงเย็นแล้ว ข้าวเที่ยงก็ไม่ได้กิน เพราะต้องขับตามรถ พอจ ไป ไม่งั้นจะไปไม่ถูก ขับตามมาเรื่อยๆ แต่ก็เห็นว่ารถของ พอจ เหมือนวิ่งเข้าทางที่จะไปกรุงเทพ ทีนี้ดิฉันก็เริ่มปวดฉี่อยากเข้าห้องน้ำละซี หาปั้มกันอยู่ตั้งนานก็ไม่เจอ ทนอั้นมานานมาก จนหลังและท้องก็แข็งเจ็บหมดแระ (โดนทดสอบกันละ) ก็พยายามสงบสติอารมณ์ ไม่เอาใจไปคิดถึงมันนัก ตอนหลังคุณหนิงก็แซงรถ พอจ แบบว่ากะจะไปหาปั้มน้ำมันก่อน เพื่อที่จะได้เติมน้ำมันด้วยและเข้าห้องน้ำกันด้วย แต่พอเลยมาจนมีทางเลี้ยวซ้ายปรากฏว่า รถ พอจ เลี้ยวเข้าเส้นทางด้านในไป (ฮา)

คุณหนิงเลยโทรไปหา พอจ บอกว่า หลงกันแล้ว ท่านก็บอกว่า ตรงไปก็ไปออกที่ไหน แล้วจะไปต่อยังไง ท่านก็ยังไม่ได้ให้กลับบ้าน ท่านว่าให้ตามไป สุดท้ายพวกเราเลยได้เข้าไปฉี่ที่บ้านคุณหนิงที่บางบัวทองแทนปั้มน้ำมัน (ฮา) พอเรียบร้อยสบายตัวกันทุกคนแล้ว ก็เดินทางต่อ คุณหนิงตั้งจีพีเอสไว้ แต่ก็บอกว่า ทำไมเส้นทางมันไม่เหมือนเดิมที่เคยไป ไม่รู้พาไปเส้นไหน แต่ก็ตามจีพีเอสกันไปนั่นแหละ ระหว่างทางมีฝนตกลงมาช่วงหนึ่ง จากนั้นก็หยุด

ขับไปก็เริ่มมืด ท้องร้องกันเป็นแถวแระ พี่ลีก็อาศัยโดนัทที่พวกเราซื้อกันไว้ตั้งแต่เช้ากินรองท้องไปพลางๆ คุณหนิงก็ถามว่า พี่ลีหิวหรือยัง พี่ลีว่า ไม่เป็นไร พี่กินโดนัทรองท้อง แต่ถ้าอีกครึ่งชั่วโมงหาร้านไม่ได้จะยุ่งนะ เพราะโดนัทมันหมดแระ จะหิวตาย (ฮา) ขับไปช่วยกันมองหาร้านอาหารไป เจอแต่ร้านอาหารใหญ่ๆทั้งนั้นแบบสวนอาหารยังงี้ น้องตุ๊กบอกว่า ขืนเข้าไป กระเป๋าฉีกแน่ อิอิ บางทีเจอร้านอาหารตามสั่ง รถก็หยุดไม่ทัน เลยไปไกลแล้ว ก็ขี้เกียจถอยหลังกลับมา ก็เลยตามเลย

จนไปจอดเติมน้ำมันแล้วถามเด็กปั้มว่า แถวนี้มีร้านขายอาหารไหม น้องเขาบอกว่า ขับไปอีกนิดเดี๋ยวก็เห็นร้านอาหาร เราก็เลยขับต่อไป เจอชายสี่หมี่เกี๊ยวก็จอดรถเลย เพราะหิวกันตาลายแล้ว ใกล้ๆมีไก่ย่างห้าดาวด้วย ดิฉันเลยเดินไปซื้อไก่ย่างกับไส้กรอกมาให้กินกัน พออิ่มกันแล้วก็เข้ามินิมาร์ทซื้อแปรงสีฟันกับยาสีฟัน/สบู่ เพราะไม่ได้เตรียมอะไรกันมาเลย คุณหนิงบอกว่า เนี่ย จริงๆจะมีกระเป๋าที่มีพวกนี้ติดรถไว้นะ แต่เมื่อเช้าดันเอาออก (ฮา) ก็เลยมาคิดๆกันว่า นี่ดูซิ ถ้าเกิดภัยพิบัติแล้วมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องไปไหนแบบกระทันหัน ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมอะไรเลย เหมือนอย่างตอนนี้อ่ะ ไอ้ที่คิดๆกันว่า ต้องเตรียมกระเป๋าเป้ฉุกเฉินไว้ เตรียมโน่นเตรียมนี่ พอเอาเข้าจริงมันจะได้ใช้หรือเปล่า เหมือนอย่างตอนนี้ที่พวกเราเจอ ยังไม่ได้มีอะไรมาสักอย่าง ไม่มีใครรู้การณ์ล่วงหน้าได้เลย ขนาดคุณหนิงเองก็มีพวกแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ของอะไรติดรถอยู่เสมอ แต่ก็ดันเอาออกไปซะได้ในวันที่จะต้องใช้ ก็ลองพิจารณาดูกัน ทุกสิ่งจะต้องอยู่ที่ใจอย่างเดียวเลย พวกเรามีแต่ใจเต็มร้อยเท่านั้น เรื่องอื่นช่างมัน

ไปถึงวัด พอจ ท่านมาถึงก่อนหน้าพวกเราสักพัก แล้วก็มีญาติโยมมารอพบด้วย พอทุกคนลากลับ พวกเราก็ได้สนทนากับท่าน ท่านก็สอนธรรมะมาได้สักพัก ท่านก็ให้ไปนอนพักเพราะดึกแล้ว ตอนเช้าค่อยตื่นมาคุยกันได้อีกหน่อย พวกเราก็ได้ไปพักผ่อนกัน ตอนเช้าตื่นมาก็เดินไปถ่ายรูป ไปดูรอบๆวัด จากนั้นก็ไปรอรับพรตอนที่พระท่านฉันอาหารเสร็จ ท่านก็ให้พวกเราไปกินอาหารเช้ากันก่อน แล้วก็กลับมาคุยกับท่านต่อ ท่านก็สอนธรรมะมาเฉพาะแต่ละบุคคล เป็นรายตัว (ดิฉันมาใหม่ โดนเยอะหน่อย) อันนี้ไม่ขอเล่า เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลค่ะ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ท่านบอกว่า แค่สองวันเองนะ ที่เราไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่เป็นไรหรอก ท่านยังเจอเจ็ดวันมาแล้วเลย แค่นี้นิดหน่อย ซ้อมไว้สำหรับภัยพิบัติ (ฮา) จากนั้นท่านก็จะต้องไปฉันเพลที่ญาติโยมนิมนต์มา ก็เลยลาท่านกลับ พวกเราอยู่ส่ง พอจ ก่อน จากนั้นจึงได้ออกจากวัดแล้วเดินทางกลับบ้านกัน

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:18:55

TPC20180411231655462.201804112318554688

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:19:09

chaiwan :
โพสต์เมื่อ 2011-5-24 18:30

อนุโมทนาครับ

1 2 3