Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

รายงานทริปสร้างพระประธานที่วัดดอนชะเอม ๓๑ ธ.ค. ๕๔

ตั้งกระทู้เมื่อ: 2018-04-11 23:25:19, แก้ไข: 2018-04-11 23:43:18

แท็ก: #กระทู้เว็บเก่า #เรื่องเล่า จากทริป (ประสบการณ์ที่น่าสนใจจากทริป..ต) 

 
Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:26:39

Me_myself :
โพสต์เมื่อ 2012-1-2 21:06

เอารายงานทริปไปก่อน ส่วนรูปจะลงให้ดูทีหลัง เพราะว่ากล้องอันเก่า สายโหลดไม่มี ต้องไปหาที่อ่านการ์ดก่อนค่ะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทริปสร้างพระประธานที่วัดดอนชะเอม ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

ออกเดินทางกันวันที่ ๓๐ ธันวาคม คณะที่ไปด้วยกันก็มี ดิฉัน คุณหนิง น้องเบน น้องตุ๊ก น้องคิม เราจะไปค้างกันที่วัดหนองหญ้าปล้อง พวกเราได้ทำอาหารไปถวายเพลพระด้วย ดิฉันกับน้องเบนช่วยกันทำหมูอบ ยำสมุนไพร น้ำพริกข่า และมะม่วงน้ำปลาหวานไป คุณหนิงนำน้ำพริกกะปิไป ไปถึงวัดหนองหญ้าปล้องก็สิบเอ็ดโมงกว่า แต่ว่าพระอาจารย์ไม่อยู่ ไปฉันเพลที่อื่น เหลือแต่พระลูกวัด เราก็รีบเตรียมอาหารถวายเพลพระกับแม่ชีในวัด หลังจากที่พระท่านฉันเพลเสร็จก็ให้พร แล้วพวกเราก็ตั้งวงกินข้าวกัน กินกันเสร็จเรียบร้อยเก็บกวาดล้างจาน พระอาจารย์ก็กลับมาถึงวัด ก็เลยได้เข้าไปกราบท่าน น้องตู่ฝากแก้วน้ำดื่ม กับชุดกาแฟไปถวายด้วยกล่องใหญ่ คุณหนิงนำพระธาตุนาคนฤมิตรกับผ้าจีวรไปถวายท่านด้วย



ได้คุยสนทนากับพระอาจารย์ได้สักพัก พระอาจารย์ก็ให้พวกเราไปพักก่อน ท่านให้หลวงพี่ตี๋พาเราไปที่ที่พัก พอดีทางวัดสร้างกุฏิใหม่ขึ้นอีกสามหลัง หลังใหญ่พอสมควร พวกเราผู้หญิงได้พักที่หลังกลางที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนน้องคิมได้พักกุฏิหลังริมที่ยังไม่เสร็จดี แต่น้องคิมก็บอกว่าพักได้ พวกเราก็ได้ทำความสะอาดกวาดถูกุฏิกันก่อน พอเอาของเข้าที่พักได้แล้วก็พากันไปกราบไหว้รูปปั้นหลวงปู่ใหญ่ แล้วก็มาช่วยแม่ชีกวาดใบไม้ที่พื้นลานวัดกัน เสร็จจากกวาดพื้นพวกเราก็พักผ่อนกันก่อน ตื่นมาตอนเย็นๆก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดขาวกัน คุณหนิงอาบน้ำเสร็จก่อนก็เลยขอตัวไปทำวัตรเย็นกับน้องคิม พวกเรารอคิวอาบน้ำกันก็เลยไม่ได้ไปร่วมทำวัตรเย็นด้วย แต่ก็อนุโมทนากับคุณหนิงและน้องคิมแทน

คุณหนิงกับน้องคิมทำวัตรเย็นเสร็จก็กลับมานั่งคุยกันกับพวกเรา ว่าจะรอไปสนทนากับพระอาจารย์ แต่ว่าท่านไปธุระข้างนอก รอกันจนถึงสี่ทุ่มก็เลยเข้านอนกันก่อนเพราะไม่แน่ใจว่าพระอาจารย์จะกลับมาเวลาไหน ที่วัดหนองหญ้าปล้องนี่จะมีหมาอยู่เยอะพอสมควรแล้วก็จะอยู่กันเป็นโซนๆ ถิ่นใครถิ่นมันห้ามข้ามถิ่น (ฮา) ตอนกลางวันจะไม่ค่อยดุ แต่พอตกกลางคืนนี่เปลี่ยนเป็นหน้ามือกับหลังมือทีเดียว จะกลายเป็นองค์รักษ์พิทักษ์วัดขึ้นมาแล้วก็ดุมากด้วย ใครไม่เชื่อก็ไปพิสูจน์เอาเอง อิอิ ช่วงที่นอนหลับไปตอนดึกๆได้ยินเสียงหมาเห่าหอนดังมากเป็นสองช่วง ไล่เป็นทอดๆ ตอนที่ได้ยินเสียงหมาเห่าจากหน้ากุฏิพวกเราแล้วก็ห่างออกไปทางกุฏิอีกหลังหนึ่ง กำลังหลับอยู่แต่ก็ได้ยินเสียงหมาเห่า ไม่ได้คิดจะดูอะไร แต่เหมือนจิตดันไปเห็นเอง คือเห็นท่านพระภูมิใส่ชุดขาวเเอามือไขว้หลังกำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อย เห็นแค่นี้แล้วก็หลับต่อ ตื่นเช้ามาก็มาเล่าให้ทุกคนฟัง คุณหนิงก็ว่า เออ..เห็นเหมือนกัน แล้วเหมือนว่าพระอาจารย์ท่านก็มาดูด้วย ซึ่งก็คิดตรงกันกับดิฉันพอดี

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:26:58

Me_myself :
โพสต์เมื่อ 2012-1-2 21:07

ตื่นเช้ามาคุณหนิงก็ไปช่วยแม่ครูจัดเตรียมอาหารทำบุญถวายพระ ส่วนดิฉันไปช่วยแม่ชีกับพวกแม่บ้านหั่นผักบุ้งที่ทางวัดจะนำไปออกโรงทานที่วัดดอนชะเอม ทางวัดจะทำผักบุ้งไฟแดง ผักบุ้งที่พวกเราช่วยกันหั่นเยอะมากกองใหญ่เชียว สักพักน้องตุ๊กอาบน้ำเสร็จก็มาช่วยอีกแรง น้องคิมก็มาช่วยยกผักที่หั่นแล้วไปให้แม่บ้านล้างทำความสะอาดเตรียมแพคใส่ถุงเอาไปที่วัด หั่นผักบุ้งเสร็จมือก็เลอะไปด้วยดินโคลนยางผักดำติดมือติดเล็บหมดเลย ต้องไปล้างขัดออก แต่ก็ยังมีคราบที่ล้างไม่ออกติดอยู่นิดหน่อย จากนั้นก็เดินไปสบทบคุณหนิงกับน้องเบนที่ศาลาที่จะทำบุญส่งท้ายปี มีชาวบ้านเอาอาหารมาทำบุญพอสมควร หลังจากที่ถวายอาหารพระ รอพระท่านฉันเสร็จ ก็มีพี่ๆมาเรียกให้พวกเรากินข้าวก่อนไม่ต้องรอเหมือนคนอื่น เพราะพระอาจารย์สั่งให้กินก่อน ตอนหลังท่านพูดออกไมค์ว่า คณะเราต้องไปช่วยงานที่วัดดอนชะเอม จึงต้องให้กินก่อนคนอื่น เดี๋ยวจะไม่ทัน พวกคณะแม่บ้านที่ไปออกโรงทานได้ออกไปก่อนแล้วสองคันรถ พวกเราต้องตามไปเพราะที่วัดมีเลี้ยงเพลพระด้วยห้าร้อยรูป ดังนั้นพวกเราจึงได้กินอาหารกันก่อน พอเสร็จแล้วก็รีบออกไปที่วัดดอนชะเอมกัน พระอาจารย์ท่านมีนิมนต์ไปฉันเพลจึงจะตามไปทีหลัง พวกเราไปถึงวัดก็ได้ไปซื้อทองแท่งเพื่อร่วมหล่อพระ แล้วก็ร่วมทำบุญอื่นๆอีก เช่น ผ้าป่าประจำวัน สร้างโบสถ์ ช่อฟ้า ใบระกา ลูกนิมิต ใบเสมา ทำบุญพระเนตรขององค์พระประธานที่จะสร้าง ทางวัดจัดเลี้ยงเพลแก่พระห้าร้อยรูป หลังจากฉันเพลเสร็จ พระท่านก็สวดให้พร พวกเราก็ยืนพนมมือรับพรอยู่ตรงที่ทางเดินแถวที่ทำบุญผ้าป่ากัน

ไม่นานพวกแม่ครูและแม่ชีที่วัดก็มา ท่านบอกว่าให้พวกเราไปกินข้าวกันซะก่อนนะ เดี๋ยวเลยเวลา เพราะจะเที่ยงแล้ว (ถือศีลแปดกัน) ก็เลยพากันไปด้านหลังที่มีคณะมาออกโรงทานกัน มีหลายคณะมาก ของกินเยอะดี แต่บางคณะก็หมดแล้ว หลังจากที่กินกันเรียบร้อยก็มาหาที่นั่งกัน คนมาร่วมงานหล่อพระประธานนี่เยอะมากๆที่นั่นในเต็นท์ที่จัดไว้ก็มีคนจับจองเต็มหมดแล้ว ต้องเอาเก้าอี้มานั่งด้านนอกๆกัน หล่อพระประมาณบ่ายสองโมงสามสิบเก้านาที ระหว่างที่รอก็มีประชาชนเริ่มมามากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่เก้าอี้ด้านนอกที่เตรียมเผื่อไว้ก็หมดในเวลาอันรวดเร็ว ไม่มีเก้าอี้นั่งกัน ต้องยืนกันบ้าง ส่วนที่พวกเรานั่งก็เริ่มโดนแสงอาทิตย์ส่องถึงแล้ว เพราะว่าไม่ได้อยู่ในเต็นท์ ในใจก็ขอท่านพ่อว่า ขอให้แดดร่มลมตกเถอะ ไม่งั้นแย่ แล้วใจก็คิดอยากได้ที่นั่งด้านหน้าเหมือนกัน เพราะต้องการถ่ายรูปพิธีหล่อพระ แต่ว่าที่นั่งก็เต็มหมด สุดท้ายเหมือนเทวดาจัดสรร เนื่องจากคนเยอะมาก เขาต้องเอาเสื่อมาปูทั้งด้านในและรอบนอกๆอีกเพื่อให้คนได้นั่ง คุณหนิงกำลังจะเดินไปถ่ายรูปที่ด้านหน้า ก็เลยเรียกให้พวกเราไปนั่งด้านในบนเสื่อ สรุปพวกเราก็เลยได้ไปนั่งอยู่ด้านหน้าสุดเลยตรงกลางลานพิธีหล่อพระพอดี

ช่วงที่นั่งรอก็เริ่มใกล้เวลาเข้าไปทุกที พระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน ท่านจะต้องมานั่งปรกด้วย ท่านก็เดินผ่านมาทางพวกเรา ท่านเห็นก็ยิ้มๆแล้วก็รีบยกมือให้พวกเราอย่าลุกตาม (ฮา) เพราะว่าคุณหนิงและน้องตุ๊กชอบที่จะลุกตามหลังท่านไปทุกครั้งที่เจอ อิอิ คุณหนิงบอกว่า เดี๋ยวรองานเลิกก่อนก็ได้ ที่ที่พวกเรานั่งอยู่ อยู่ใกล้ที่หล่อพระ ด้านบนจะมีสายสิญจน์โยงข้ามไปมารอบทิศ แล้วบนสายสิญจน์จะมียันต์เกราะเพชรติดอยู่ด้วย รอบๆก็มียันต์ธงพิชัยสงครามอยู่ด้วย รอบๆเต็นท์ก็มียันต์เกราะเพชรติดอยู่เหมือนกัน สรุปพวกเราอยู่ในกลางวงล้อมของยันต์เกราะเพชรและยันต์ธงพิชัยสงครามไปแบบไม่รู้ตัว เมื่อพิธีเริ่มขึ้นพระท่านก็สวดมนต์แล้วก็สวดบทอิติปิโสต่อท้าย พวกเราก็ร่วมสวดด้วย จากนั้นให้ทำจิตให้นิ่งสงบทำสมาธิ ตอนที่เริ่มเททองหล่อพระ ดิฉันเห็นสมเด็จองค์ปฐมท่านมาแล้วก็หย่อนแผ่นทองร่วมหล่อด้วย ดิฉันเห็นก็อึ้งๆปนงง เพราะปกติไปงานไหนมักจะเห็นแต่ท่านมาเป็นประธานแค่นั้น แต่ครั้งนี้เห็นท่านใส่แผ่นทองด้วย ก็คิดว่าที่ตัวเองเห็นนี่ใช่หรือเปล่า แต่ก็คิดว่าใช่แน่นอนที่เห็น แล้วก็เห็นองค์อื่นๆอีก หลวงพ่อฤาษีเองท่านก็มาใส่แผ่นทองเหมือนกัน แล้วก็เห็นเทวดา นางฟ้า พรหม นาค ครุฑ มากันเต็มไปหมดเลย เยอะมากมาย

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:27:16

Me_myself :
โพสต์เมื่อ 2012-1-2 21:14

ช่วงที่กำลังเททองหล่อพระอยู่นั้น ก็มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยเท้าเปล่า แถมเหยียบเอาถ่านไฟเข้าด้วย ในมือมีสายสร้อยคอทองคำอยู่ เขาก็ใส่ลงไปในเบ้าหลอมที่พวกทำพิธีกำลังจะยกออกไปเทใส่องค์พระพอดี เราเห็นก็รีบอนุโมทนาทันทีเลย (บุญฟรีเก็บให้หมดทุกเม็ด) หลังจากนั้นก็วิ่งกลับมานั่งอยู่ตรงหน้าพวกเรา ก็บอกกันว่าเหยียบถ่านไฟ เขาบอกว่าไม่รู้สึกอะไรไม่ร้อน เท้าก็ไม่เป็นอะไร อ่ะนะด้วยใจที่กำลังเป็นกุศลอยากร่วมบุญก็ไม่คิดถึงอะไร ทำให้ไม่เกิดอันตรายอะไรเลย สาธุ ในพิธีมีการน้ำพระนาคปรกที่ได้มาแค่ ๓๓๓ องค์เข้าร่วมปลุกเสกด้วยเผื่อให้คนได้บูชา องค์ละ ๕๐๐ บาท ใส่กรอบทองใส่สายสร้อยให้เสร็จ พิธีหล่อพระให้เริ่มบูชาได้ คนก็วิ่งกรูกันเข้าไปแย่งบูชากันใหญ่ แล้วก็คิดว่ามีบางคนที่อาจจะฟังไม่ได้ยินว่าเขาต้องบูชาก็วิ่งเข้าไปแย่งยื้อกันกระชากกันลงมาเพราะเขาห้อยไว้บนราวไม้ เหลือแต่สายสร้อยห้อยโตงเตง ส่วนองค์พระหายจ้อย ถ้าใครที่ปลดมาเองโดยที่ไม่ได้ผ่านพนักงานของทางวัดแล้วเอาเงินไปจ่ายก็ไม่เป็นไร แต่ใครที่เอาไปเลยนี่ ติดหนี้สงฆ์ชัวร์ๆ มีพี่ที่รู้จักเขานั่งอยู่หน้าเราก็ไปเหมือนกัน เดินกลับมาบอกว่าต้องบูชาห้าร้อยเลยไม่เอา แสดงว่าต้องมีคนไม่ได้ยินที่เขาประกาศเหมือนพี่คนนี้แน่ๆ

ระหว่างที่นั่งดูเขาแย่งกันบูชาพระ ในเต็นท์รอบๆก็ชุลมุนวุ่นวายแย่งสายสิญจน์และยันต์กัน แต่ก็ยังไม่มีคนรู้ว่าเหนือหัวพวกเรายังมียันต์เกราะเพชรแล้วก็ยันต์พิชัยสงครามอยู่ คุณหนิงสะกิดดิฉันให้แหงนดูด้านบนว่า ยันต์เกราะเพชร ดิฉันก็ว่า อืมม..แต่ก็ยังคิดว่าจะเอาลงมายังไง สูงปานนั้น (ตอนแรกคุณหนิงไม่รู้ว่ามียันต์เกราะเพชรอยู่ มารู้ตอนหลังยังไง อันนี้ให้คุณหนิงมาเล่าเอง) ดิฉันก็บอกน้องคิมว่า ข้างบนอ่ะ ยันต์เกราะเพชร เตรียมตัวนะ คือกะว่าจะให้น้องคิมเอาให้ เพราะว่าอยู่สูง อิอิ แต่น้องคิมเองก็คิดเหมือนกันว่าจะเอาลงมายังไงเพราะว่าสูง ระหว่างที่กำลังรีรอ ก็เห็นพนักงานที่เททองหล่อพระเอาตะขอเกี่ยวสายสิญจน์ลงมา พวกเราก็รีบวิ่งไปเลยเอาด้วย คว้าหมับก็ดึงนึกว่าจะหลุดที่ไหนได้ เขาเย็บไว้แล้วร้อยเข้าในสายสิญจน์ มีทางเดียวต้องตัดสายสิญจน์แล้วรูดออกมา ก็มีคนตัดขาดพวกเราก็เลยรูดออกมาได้ บางคนก็ยังไม่ได้ ทีนี้ก็มีอีกคนดึงอีกสายลงมา เรารู้แกวแล้ว ดิฉันไม่สนว่าจะตัดสายสิญจน์ได้ยังไง แต่ว่าขอรวบยันต์ไว้ก่อน ใช้สองมือประกบยันต์ที่อยู่ตรงหน้ารูดเข้ามาตรงกลางแล้วกำไว้ก่อน ก๊ากกก กำรออยู่ตรงนั้นแหละ เพราะว่าไม่มีกรรไกรตัดสายสิญจน์ ฮา คุณหนิงก็อยู่ด้านข้างขวาดิฉัน ต่างคนต่างแย่ง ก๊ากก แต่ไม่นานก็มีคนตัดสายสิญจน์ได้ พวกเราก็เลยได้รูดสายสิญจน์ออกมาได้ ทีนี้ก็เห็นยันต์ธงพิชัยสงครามอีก หลากสีสันมาก แต่ว่าอยู่สูงน่าดู มีพี่ผู้ชายต้องปีนเสาขึ้นไปปลดลงมา แต่ด้านล่างก็เห็นคนรอกันเพียบ ยันต์มีไม่เยอะ เลยคิดว่าอย่าเข้าไปดีกว่า ได้แค่ยันต์เกราะเพชรมาก็พอแล้ว อิอิ

ในพิธีปรากฏว่าพระอาจารยโนรีไม่ได้มานั่งปรกด้วย เนื่องเพราะว่าท่านไม่สบายเป็นหวัด ท่านเลยแจ้งให้จัดพระท่านอื่นแทนท่าน พวกเราเอาเงินที่พี่น้องญาติธรรมฝากมาร่วมทำบุญถวายให้แก่ท่านเจ้าอาวาส คุณหนิงเป็นคนเอาไปถวาย ยอดเงินประมาณหมื่นกว่า ท่านเจ้าอาวาสได้มอบพระสีวลีมาให้หนึ่งองค์ พวกเราก็ได้ถวายให้พระอาจารย์โนรีที่วัดหนองหญ้าปล้องไปแล้ว หลังจากเสร็จพิธีก็นั่งรถกลับกัน ระหว่างนั้นก็มานั่งคุยกัน ก็ขำๆฮาๆที่พวกเราแย่งยันต์เกราะเพชรกัน กิเลสเห็นๆ ฮา น้องคิมบอกว่า โห...พี่สาวเล่นกำเป็นปึกเลย ก็เลยว่า อ้าว ไม่ได้ ต้องรวบไว้ก่อน เดี๋ยวไม่ได้ ฮา แล้วดิฉันก็บอกว่า เห็นสมเด็จท่านมาหย่อนแผ่นทองหล่อองค์พระด้วย คุณหนิงได้ยินก็บอกว่า เอ๊ย..เราก็เห็นเหมือนกัน ยังคิดว่าเห็นผิดหรือเปล่า เพราะปกติจะเห็นแต่ท่านมาเป็นประธานอย่างเดียว สรุปว่าเห็นตรงกัน แสดงว่าพวกเรายังไม่เพี้ยน อิอิ

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:27:32

Me_myself :
โพสต์เมื่อ 2012-1-2 21:28

ออกจากวัดมาก็ไปแวะซื้อถังพลาสติก ผลไม้ จะเอามาถวายพระอาจารย์ตอนเช้าแล้วก็จะเตรียมทำน้ำหมักชีวภาพไว้ให้ที่วัดด้วย ซื้อพวกชา น้ำผลไม้มาถวายพระอาจารย์ด้วย ซื้อผ้าเช็ดเท้า น้ำยาล้างห้องน้ำ แปรงขัดห้องน้ำมาด้วย จะเอามาทำความสะอาดห้องน้ำ กลับมาถึงวัด ก็เข้าไปกราบพระอาจารย์แล้วก็ได้ถวายน้ำผลไม้และชาที่ซื้อมา นั่งสนทนากับท่านอยู่พักใหญ่ก็มีลูกศิษย์ท่านทยอยมากราบท่านกันมากขึ้น พวกเราเลยขอตัวกลับที่พักก่อน ก็มาอาบน้ำแล้วก็พักผ่อน นั่งคุยกันพักใหญ่จนมืดค่ำ ก็พากันไปนั่งสมาธิที่วิหารขาว คุณหนิง น้องคิมและน้องเบนล่วงหน้าไปก่อน ดิฉันกับน้องตุ๊กตามไปทีหลัง พอเข้าไปในวิหารขาว ปิดประตูด้วย ทำให้อากาศไม่มีให้ถ่ายเทมากนัก ดิฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอยู่ที่อากาศอึดอัดหายใจลำบาก และจะไวต่อกลิ่นเพราะทำให้ปวดหัวง่าย แล้วก็เหงื่อออกง่ายด้วยเพราะเป็นคนขี้ร้อน แค่เข้าไปไม่นานก็เริ่มอึดอัดหายใจลำบากมึนหัว เหงื่อก็เริ่มออกแล้ว ทั้งๆที่เพิ่งอาบน้ำมาหยกๆ ร่ำๆจะออกมาข้างนอกแล้ว แต่ก็คิดว่าทีคนอื่นเขายังนั่งกันได้ ทำไมแค่นี้เราจะทนไม่ได้ ก็เลยนั่งสมาธิต่อไป จริงๆก็นั่งจับลมหายใจไม่ได้จะนั่งแบบมโน แต่ว่าก็ดันเห็นภาพพญานาคสีเขียวกับหลวงปู่แหวนขึ้นมาแล้วก็มีชื่อวัดโนนจ่าหอมผุดขึ้นมา แต่ก็พยายามไม่สนใจอะไร ก็นั่งจับลมหายใจต่อไป แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองอึดอัดมากหายใจไม่สะดวก ตัวก็ร้อนผ่าวทั้งแขนเลย เห็นภาพหลวงปู่แหวนอีก รู้สึกว่าเหมือนจะได้รับญาณหลวงปู่ท่านเพราะว่าเคยรับญาณพระอาจารย์ปู่ชีวกมาแล้วเลยจะรู้ ก็พยายามฝืนๆไม่สนใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว โดนท่านจับดัดคอหักเอียงไปเลย เลยต้องนั่งสมาธิแบบคอเอียงๆไปพักหนึ่ง แต่ว่าก็แปลก หายใจสบายคล่องไม่รู้สึกว่าหายใจลำบากเหมือนตอนแรก สติรู้ตัวตลอด เพียงแต่บังคับตัวเองไม่ได้ พอญาณท่านออกก็กลับสู่สภาพเดิม ทีนี้เอาละซิ ภาพพญานาคสีเขียวมาแทน เริ่มอึดอัดหายใจไม่ออกอีกแล้ว รู้ว่าท่านต้องการสื่อแต่ก็พยายามฝืนๆ ก็โดนท่านทำให้ร่างกายขยับจะเลื้อย เราก็พยายามฝืนจนเจ็บไปหมด สุดท้ายไม่ไหวต้องออกจากสมาธิ ก่อนที่จะลงไปเลื้อยบนพื้นวิหาร กราบลาพระแล้วรีบออกจากวิหารเลย

ออกมายืนรับลมข้างนอก ดื่มน้ำ น้องตุ๊กเดินตามออกมาถามว่า พี่หายใจไม่ออกเหรอ ก็บอกว่าเปล่า แล้วคนอื่นๆก็ทยอยกันออกมา ก็เลยเล่าให้ฟัง จากนั้นก็ไปนั่งในศาลาที่จะมีการสวดมนต์ข้ามปีกัน เราก็ไปนั่งอยู่ด้านหลังสุดเลย นั่งไปก็หาวหวอดๆไป รู้ว่าพญานาคที่เราเห็นที่วิหารคือท่านพ่อพญานาคของเรา ท่านต้องการติดต่อ แต่ส่วนใหญ่เราจะดื้อไม่ค่อยเปิดจิตรับ นั่งหาวอยู่นานมาก พวกน้องๆก็นั่งมองกัน ไม่นานคุณหนิงเป็นบ้าง หาวจนน้ำตาไหล ฮา ส่วนน้องเบนนี่เป็นก่อนเพื่อน เป็นตั้งแต่ที่นั่งคุยกับพระอาจารย์แล้ว จนต้องขอตัวไปที่พักก่อน สรุปว่าพญานาคท่านก็ต้องการมาร่วมบุญที่พวกเราทำด้วย มาอนุโมทนาด้วย

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:27:49

Me_myself :
โพสต์เมื่อ 2012-1-2 22:23

พอได้เวลาสักห้าทุ่มนิดๆ พระอาจารย์ท่านก็เข้ามาที่ศาลา พวกเราทุกคนมีพานดอกไม้ธูปเทียนพร้อมด้วยเงินสี่บาทในการทำพิธีสวดในคืนนี้ด้วย พระอาจารย์ก็กล่าวเตือนสติในเรื่องภัยพิบัติ แล้วก็ให้พวกเราปฏิบัติดี จากนั้นก็นำสวดมนต์ข้ามปี ไปเสร็จสิ้นเอาตอนตีหนึ่ง จากนั้นพระอาจารย์ก็พรมน้ำมนต์ให้แก่ผู้ร่วมพิธีทุกคน แต่รอบแรกท่านให้คนที่คิดว่าจะโดนคุณไสยออกไปให้ท่านพรมน้ำมนต์ให้ก่อนเป็นกลุ่มแรก แล้วถึงมาพรมให้กับคนอื่นๆในศาลา เสร็จจากพรมน้ำมนต์พวกเราก็ได้เอาพานดอกไม้ไปถวายกับพระอาจารย์และกับพระท่าน ถวายเสร็จแล้วก็ให้รับพรแล้วก็อุทิศบุญ ก่อนกลับท่านได้แจกตะกรุดให้กับทุกคนที่มาร่วมในพิธีด้วย พวกเราก็เริ่มเก็บเสื่อม้วนแล้วเอาไปเก็บไว้ที่ วิธีการม้วนเสื่อเก็บ พระอาจารย์สอนว่าให้ตั้งขั้นแล้วม้วน อย่าม้วนแบบราบ เพราะว่าถ้าเกิดมีแมลงอยู่ ถ้าเราจับตั้ง แมลงก็จะได้ร่วงลงไปได้ ก็ไม่ตาย ถ้าเราม้วนแบบราบๆถ้ามีแมลงอยู่จะไปทำให้แมลงตายได้ ท่านละเอียดถึงขนาดนี้

เมื่อทุกคนทยอยกลับกันเกือบหมดแล้ว พระอาจารย์ก็เข้าไปในกุฏิ พวกเราแล้วก็ลูกศิษย์ท่านบางคนก็ตามเข้าไปสนทนากับท่านต่อจนถึงตีสามครึ่ง ท่านก็ไล่ให้พวกเราไปนอนพัก พวกเราก็กลับไปนอนพัก แล้วก็ตื่นมาตอนหกโมงกว่า ก็ได้ไปร่วมกับพี่ๆที่เป็นลูกศิษย์พระอาจารย์อีกกลุ่มถวายอาหารเช้าให้พระท่าน ส่วนพระอาจารย์ไม่ได้ลงเพราะท่านจำวัดตอนตีห้า เห็นพี่ๆว่า อยู่คุยกับท่านต่อ พอพระท่านฉันเสร็จ พวกเราก็ได้กินข้าวเช้ากัน แล้วก็ช่วยกันเก็บล้าง น้องคิมกับน้องเบนช่วยกันล้างจาน พวกเราก็เลยปลีกตัวมาทำน้ำหมักชีวภาพกัน ทำน้ำหมักเสร็จก็พากันไปเดินเล่นเจอแม่ครูกำลังจะไปถวายน้ำให้กับสมเด็จองค์ปฐม พวกเราก็เลยตามท่านไปด้วย กราบสมเด็จเสร็จ ท่านก็ชวนให้เข้าในศาลาเพราะว่ามีคนมาทำบุญปีใหม่กัน ก็อยู่ร่วมทำบุญและทานอาหาร

พอเสร็จจากทำบุญก็ทยอยกันกลับ พวกเราก็ม้วนเสื่อเก็บเข้าที่ แล้วก็กวาดพื้นศาลาทั้งหมด เสร็จแล้วก็พากันกลับไปที่พัก อาบน้ำ ทุกคนเปลี่ยนเสื้อผ้าจะลาพระอาจารย์กลับ ก็เห็นว่าท่านมีลูกศิษย์มากราบกันเยอะแยะก็เลยยังไม่ได้เข้าไป ก็เลยเดินเล่นอยู่ ก็เจอแม่ครูกำลังนำน้ำลูกตาลเชื่อมจะไปถวายหลวงตาแต่ว่าท่านไม่อยู่ที่พัก ก็เลยได้นั่งสนทนากับแม่ครูอยู่พักใหญ่ สักพักหลวงตากลับมาแม่ครูกับคุณหนิงก็นำน้ำลูกตาลไปถวายท่าน พวกเราก็นั่งคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ แล้วคุณหนิงก็เรียกพวกเราให้ไปกราบหลวงตากัน ก็ให้ท่านช่วยสอนธรรมะ ก็ได้ธรรมะข้อคิดกันมาเล็กๆน้อยๆ สรุปที่ท่านบอกคือ ?มีบารมีกันมาทุกคนแหละ ไม่งั้นไม่ได้เกิดมาเป็นคนกันหรอก ท่านว่าอย่าไปสนใจกับอะไร ให้ดูจิตตัวเองนี่แหละ จับลมหายใจ หลวงพ่อฤาษีท่านสอนให้จับลมหายใจ อย่าไปสนใจกับอะไร ให้ดูเข้าไปในกายเรานี่แหละ ให้หัดถอดกระดูกออกมาดู ดูว่ากระดูกเรามันมีกี่ท่อน? ดิฉันก็คิดในใจเลย หลวงตาขา นี่แหละที่อยากจะทำ แต่ยังทำได้ไม่ดี สุดท้ายก่อนลาหลวงตาออกมา ท่านให้พรว่าได้ไปนิพพานกันหมดแหละชาตินี้ทุกคนเลย พวกเรารีบน้อมรับทันทีทันใดกล่าว สาธุ กันเสียงดังโดยพร้อมเพรียงกันทีเดียว ระหว่างที่นั่งสนทนากับท่าน ท่านนั่งหันหลังให้พวกเรา แต่ก่อนที่จะกลับท่านหันมาให้พวกเราเห็นหน้านิดหนึ่ง พวกเราทุกคนก็คอยมองท่านอยู่แล้ว ทุกคนเห็นเหมือนกันหมดว่าท่านมีตาสีฟ้า สาธุ

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-11 23:28:06

Me_myself :
โพสต์เมื่อ 2012-1-2 22:44

จากนั้นพวกเราก็จะไปกราบพระอาจารย์กันก็ชวนแม่ครูไปด้วย พระอาจารย์ก็เมตตาสนทนาสอนสั่งพวกเราอยู่ครู่ใหญ่ ก็มีคณะลูกศิษย์พากันมากราบพระอาจารย์อีก พวกเราก็เลยขอลาพระอาจารย์กลับ ท่านก็ให้พรก่อนออกมา แม่ครูเดินมาส่งพวกเราที่รถแล้วก็อวยพรให้พวกเราเดินทางโดยปลอดภัย พวกเราออกจากวัดมา ดิฉันเริ่มมึนหัวก็เลยนอนพัก แต่หูก็ยังได้ยินเสียงพวกน้องๆคุยกัน ทุกคนคิดกันว่าจะไปกราบสังขารของหลวงปู่จิตติ แต่ว่าหาทางไปไม่ถูก ก็จอดรถถามทางเขา ดิฉันหลับแต่ว่าหูก็ได้ยินเรื่องที่ทุกคนพูดคุยกัน จนไปถึงวัดก็ตื่น เดินขึ้นไปบนเขาเข้าไปที่ถ้ำ เห็นประตูปิดแต่ไม่ได้ล๊อค ด้านในไม่เห็นมีใครอยู่ แต่คุณหนิงบอกว่าเข้าได้ ก็เลยเดินกันเข้าไป แต่ดิฉันรู้สึกว่าไม่ค่อยดีที่จะเข้าไปเพราะว่าไม่มีใครอยู่ ก็เลยยืนอยู่แค่รอบๆนอกไม่ได้เดินเข้าไปด้านใน แล้วก็เดินกลับออกมาเพราะคิดว่าพระท่านไม่อยู่ พอเดินออกมาด้านนอกก็เลยเดินลงบันไดมา คิดว่าจะกราบท่านในจิต พอเปิดจิตก็เห็นพระรูปหนึ่งปรากฏขึ้น รูปร่างสูงใหญ่ มองดูคล้ายหลวงปู่ใหญ่ แต่ดิฉันรู้ว่าท่านไม่ใช่ หลวงปู่ใหญ่ รู้ว่าท่านคืนหลวงปู่จิตติ แต่ดิฉันไม่เคยเห็นท่านมาก่อน ท่านบอกว่า ?มาถึงก็จะกลับแล้วเหรอ? ยังไม่ได้จะตอบท่านก็เห็นว่าด้านล่างที่เราจอดรถไว้ มีรถเก๋งสีขาววิ่งเข้ามา พวกเราก็เลยคิดว่ารอก่อนดีกว่า เผื่อเขาจะขึ้นมาด้านบนแล้วอาจจะรู้แล้วพาเข้าไปได้

ซึ่งก็แปลก มีพี่ผู้ชายคนหนึ่งเดินขึ้นมาก็ถามพวกเราว่ายังไงกัน โดนตามมาหรือเปล่า ผมอ่ะโดนตามมา พอดีคุณหนิงเดินลงมา ก็บอกว่า จะเข้าไปกราบสังขารหลวงปู่ แต่ว่าไม่กล้าเข้าไปเพราะว่าไม่เห็นมีพระอยู่ พี่เขาเลยว่า เดี๋ยวผมพาเข้าไปเอง พวกเราเลยเดินตามพี่เขาไป ก็พากันไปกราบพระ กราบรูปภาพหลวงปู่ใหญ่ กราบรูปหล่อหลวงปู่ใหญ่ หลวงปู่จิตติ แต่ว่าสังขารท่านอยู่ในห้องล๊อคประตูไว้ ซึ่งหลวงพี่ท่านจำวัดอยู่ พวกเราก็เลยได้แต่กราบอยู่นอกประตู แล้วก็นั่งคุยกันครู่หนึ่ง หลวงพี่ท่านก็ออกมายื่นกุญแจให้น้องคิมบอกว่า ไขเปิดเองเลย ก็เลยได้เปิดประตูและเข้าไปกราบสังขารหลวงปู่ใกล้ๆได้ พอได้เข้าไปกราบ คุณหนิงก็ร้องไห้ออกมาทันทีเลย ก็เลยให้แกนั่งร้องไห้ไปสักพัก พวกเราก็ออกมาด้านนอก แล้วก็กลับลงมา ตอนเดินลงมา พี่ผู้ชายเล่าให้ฟังว่า หลวงปู่ไปตามเขาเมื่อคืนในฝัน บอกว่าพรุ่งนี้ให้มาทำธุระที่ร่างท่านหน่อย ตอนบ่ายสามโมง เขาก็บอกว่า เขาก็ไม่รู้ว่าท่านจะให้มาทำอะไร แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว มาเปิดประตูให้พวกคุณนี่เอง เสร็จแล้วผมก็จะกลับละ ก็เลยลากันตรงข้างล่าง ตอนที่พวกเรามาถึงวัดก็เป็นเวลาบ่ายสามโมงพอดี รายละเอียดอื่นๆ รอคุณหนิงมาเล่าให้ฟัง เพราะว่าได้คุยกับพี่เขามากกว่าคนอื่นๆ ออกจากวัดก็พากันไปแวะกินข้าวแล้วก็กลับเข้ากรุงเทพกันโดยสวัสดิภาพ

1 2 3 4 5 > >>