Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

ทริปฉายเดี่ยว เที่ยววัดขุนสมุทรจีน

ตั้งกระทู้เมื่อ: 2018-04-12 14:28:18, แก้ไข: 2018-04-12 14:42:49

แท็ก: #กระทู้เว็บเก่า #เรื่องเล่า จากทริป (ประสบการณ์ที่น่าสนใจจากทริป..ต) #เที่ยววัดขุนสมุทรจีน 

 
Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-12 14:40:49

TPC20180412142818707.201804121440493738

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-12 14:41:02

Me_myself :
โพสต์เมื่อ 2012-3-6 12:21

อ้อ..ตอนที่ไปที่วัด เห็นขยะพวกแก้วน้ำดื่ม ที่ทางวัดไว้แจกกับญาติโยมที่ไปเยี่ยม ทิ้งเกลื่อนกลาดในป่าโกงกาง ดูแล้วไม่งามเลย ใครไปแล้วดื่มหมดแล้วก็ช่วยทิ้งลงถังขยะที่ทางวัดจัดไว้ด้วยนะคะ ขนาดทางวัดจัดถังขยะไว้รองรับ ป้ายก็เขียนบอกไว้ แต่คนก็ยังไม่วายมักง่ายทิ้งลงข้างล่าง ส่อนิสัยจริงๆ ไม่ช่วยรักษายังไปทำลายอีก เพราะพอมันกลายเป็น unseen ไปแล้ว คนก็ชอบที่จะไปเที่ยวดูเยอะ คนส่วนใหญ่ก็แค่ไปดูว่ามันแปลกที่วัดอยู่กลางทะเล แต่ไม่ใช่ว่าจะเข้าวัดไปสงบจิตใจจริงๆ แถมไม่รู้จักช่วยกันรักษาความสะอาดอีก ถ้าเพื่อนๆไปก็ช่วยกันรักษาความสะอาดให้กับวัดด้วยนะคะ

ส่วนโรงเก็บจักรยาน ส่วนใหญ่ทางวัดจะมาเปิดประตูเฉพาะเสาร์-อาทิตย์เพราะคนจะมาเยอะ ส่วนวันธรรมดาไม่ค่อยมีคนมา แต่ถ้ามากันหลายคนไม่อยากเดิน ก็ต้องให้ทางเรือโทรแจ้งทางวัดให้ จะได้มาเปิดประตูโรงรถแล้วเอาจักรยานขี่ไปวัดได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องเดิน เดิน เดิน เท่านั้นค่ะ สองกิโลเมตร จิ๊บๆเนอะ อิอิ

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-12 14:41:18

Doughnut :
โพสต์เมื่อ 2012-3-6 13:12

มัคคุเทศก์จำเป็น ไปกรุยทางไว้ให้แล้ว.. สักทริปไหมท่านพี่..

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-12 14:41:37

Me_myself :
โพสต์เมื่อ 2012-3-6 13:29

Doughnut ใครบอกไปคนเดียว ท่านพี่ เด็กตามเพียบซะขนาดนั้น

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-12 14:41:59

Me_myself :
โพสต์เมื่อ 2012-3-6 14:07

เพิ่มเติมเรื่องที่ได้คุยกับหลวงพี่ติ กับ พระอาจารย์

ทั้งหลวงพี่ติ และ พระอาจารย์ก็บอกตรงกันว่า ที่วัดนี่ไม่ได้มาเรี่ยไรอะไร ไม่ค่อยมีตู้รับบริจาคเหมือนที่อื่น เพราะว่า เงินที่ญาติโยมให้มาก็เอามาก่อสร้างวัด จ่ายค่าน้ำค่าไฟและก็บูรณะวัด เลยไม่อยากที่จะไปตั้งตู้แจกแจงว่าอันนี้ทำบุญอะไร อีกอย่างไม่ได้ว่าจะต้องให้ทุกคนที่มาต้องมาทำบุญ ใครไม่มีก็ไม่ได้ว่าอะไร มาเที่ยวชมได้ ใครจะร่วมทำบุญกับทางวัด ทางวัดก็ยินดี ส่วนเรื่องสังฆทาน จากที่พูดคุยกับหลวงพี่ติ ท่านว่า ก็เข้าใจว่าทุกท่านก็อยากมาถวาย แต่เราอยากให้โทรมาสอบถามว่า ทางวัดขาดเหลืออะไรจริงๆ เพราะถ้าไปซื้อของจากร้านที่เขาแพคไว้แล้ว บางทีใช้ได้ไม่กี่อย่าง หลวงพี่บอกว่า บางครั้งเปิดออกมาจะกินน้ำสักขวด โห กลิ่นผงซักฟอกไปติดกินไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าร้านเก็บมากี่ปีแล้ว ท่านว่าไม่จำเป็นต้องซื้อแบบนั้น ไปซื้อของเองเล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ แล้วเอามาถวายวัดดีกว่า แล้วก็เป็นของที่ทางวัดใช้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บที่ไหน จะลำบาก

ที่วัดก็อยู่แบบเงียบๆ พระที่มีอยู่ก็แค่สามรูป แต่พอเข้าพรรษาจะมีเพิ่มอีกสองรูป พระอาจารย์บอกว่า ไม่ค่อยจะมีพระมาอยู่หรอก แรกๆมาเห็นก็ว่า บรรยากาศดี สงบ แต่พอถามว่าไปเดินบิณฑบาตรที่ไหน พระอาจารย์บอกว่าเดินบิณฑบาตรไปกลับก็ห้ากิโล ไม่มีองค์ไหนอยู่เลย ขอบาย เจ้าอาวาสองค์ก่อนๆ ก็ไม่มีใครอยู่ได้ จนทิ้งเป็นวัดร้าง จนท่านมารับหน้าที่ดูแล ท่านก็อยู่มาได้ แล้วก็พัฒนาวัด สร้างกุฏิ ศาลาเพิ่มอีก เมื่อก่อนมีแต่โบสถ์ พระอาจารย์บอกว่า มาแรกๆ ท่านก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินอะไรของวัด ท่านไม่จับไม่สนใจให้กรรมการกับชาวบ้านดูกันเอง ทอดกฐิน ผ้าป่ามาก็ให้ไปจัดการกันเอง มีบัญชีวัด ท่านก็ไม่เอาชื่อท่านลงไป จนเจ้าคณะบอกว่าไม่ได้ เพราะคุณเป็นเจ้าอาวาส เงินของวัด คุณต้องดูแล ต้องบอกได้ว่าเงินนี้เอาไปทำอะไร คุณต้องตอบได้ จะบอกว่าไม่รับรู้ไม่ได้ ท่านก็เลยต้องมาดูแล พอเริ่มเข้ามาดูก็เห็นว่าเงินวัดมันถูกเอาออกไปทำอย่างอื่น ไม่ได้ใช้ในกิจการของวัด (พวกขโมยของสงฆ์นี่ โทษหนักนะ เรารู้ๆกันอยู่) ท่านก็ไปเตือนไปว่า เงินของวัด ต้องทำต้องสร้างต้องใช้เกี่ยวกับของวัด เอาไปทำอย่างอื่นไม่ได้ ท่านก็เลยโดนคนเกลียด ไม่พอใจ โดนด่าประจำ ท่านว่าขนาดนั่งสวดมนต์ให้ญาติโยม พวกก็มาตะโกนด่าท่านอยู่ข้างวัด ท่านบอกว่าท่านเคยหนีไปหนหนึ่งแล้ว เขาไม่อยากให้อยู่ก็ไม่อยู่ แต่ก็มีญาติโยมอีกหลายคนไปตามท่านกลับมาเพราะว่าคนอื่นๆก็อยู่ไม่ได้ ก็ถามท่านว่า แล้วทำไมพระอาจารย์ถึงมาอยู่ คนอื่นก็ไม่มีใครสนใจ พระอาจารย์ทำไปเพื่ออะไรคะ ที่ต้องมาลำบาก สร้างโน่นนี่ มารักษาวัด ทั้งๆที่คนอื่นเขาถอดใจไปแล้ว ทางการก็ไม่ช่วยเหลือ

ท่านบอกว่า ถ้าท่านต้องการความสุขสบาย อยากมีชื่อเสียง ลาภ ยศ ท่านคงไปอยู่ที่วัดในเมืองดีกว่า ที่ท่านมายอมทำตรงนี้ก็เพราะให้ชาวบ้านได้มีวัดไว้ทำบุญได้ตามปกติ ท่านทำเพื่อพระศาสนา เพื่อเผยแพร่พระศาสนาต่อไป วัดจะทิ้งร้างไปไหนได้ เพราะยังไงพื้นที่ตรงนี้ก็เป็นที่ของวัด เราก็ต้องรักษา คนอื่นๆบอกว่า ทำไปทำไม ต้องใช้เงินเยอะ ทิ้งไปเถอะ มันไม่รอดหรอก พระอาจารย์บอกว่า ทางการไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร ท่านก็จัดการเอง เผยแพร่ให้ญาติโยมรู้ ก็มาช่วยกันคนที่มีจิตศรัทธา ก็มาช่วยกันสืบทอดพระศาสนา ให้วัดอยู่ต่อไปได้ ท่านว่า ทอดกฐินได้ล้านกว่า ก็เอาไปซื้อหินมาลงล้อมรอบวัด ท่านว่าจนบัดนี้ท่านอยู่มาเป็นสิบกว่าปีแล้ว วัดก็ยังอยู่ได้ หกเจ็ดปีหลังนี่แหละที่ท่านมาก่อสร้างอะไรเพิ่มเติม ป้องกันวัด ท่านมองว่า วัดนี้ยังไงก็ยังอยู่ต่อไปได้ เป็นสิบปีก็ยังอยู่ได้ ท่านว่าตอนที่ กทม น้ำท่วมหนักๆ แล้วไล่น้ำลงทะเล ที่วัดระดับน้ำก็ปกติเท่าเดิม ไม่ได้ท่วมมากขึ้นแต่อย่างใด ตอนนี้นอกจากสร้างศาลาที่เหลือ ก็ต้องคอยดูแลบำรุงรักษาเขื่อนหินให้อยู่ในสถาพที่แข็งแรงต่อไป

เมื่อก่อนที่ดิฉันเคยไปวัดหงษทอง ที่นั่นวัดก็อยู่ออกไปในทะเลเหมือนกัน เพราะว่าพื้นดินโดนกัดเซาะ แต่ที่วัดนั้น ยังมีทางรถเข้าไปถึงวัดได้โดยสะดวก แล้วสภาพแตกต่างจากวัดขุนสมุทรจีนมาก เพราะว่าพื้นที่ของวัดอยู่ในทะเลทั้งหมด แต่วัดหงษทองพื้นที่บางส่วนยังมีเป็นแผ่นดินอยู่เป็นส่วนมากค่ะ

เรื่องที่ถ้าจะไปขอยืมสถานที่วัดเพื่อนอนค้างทำกิจกรรมใดๆก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีแม่ครัว พระอาจารย์ก็บอกว่าให้แจ้งได้ ทางวัดจะไปจ้างชาวบ้านให้มาช่วยทำให้ แต่ว่าเราก็ต้องจ่ายเงินให้วัดให้ครบนะคะ จริงๆพระอาจารย์ท่านไม่ได้พูดเลยว่าจะขอเก็บเงิน ท่านว่ามาอยู่แล้วจะให้หรือไม่ให้ ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะว่าวัดก็ต้องการคืนกลับไปให้สังคมเหมือนกัน เพราะญาติโยมก็ช่วยกันทำให้สร้างวัดได้ ให้วัดอยู่รอด ท่านเล่าว่าเคยมีอยู่คณะหนึ่ง พากันมาประมาณสามสิบกว่าคน มาอยู่สี่ห้าวัน บอกว่าขออาหารครบสามมื้อทุกวัน แต่ให้พระอาจารย์สามพันนะ พระอาจารย์ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็เอาไปให้แม่ครัว ชาวบ้านก็ว่า พระอาจารย์นี่มันขาดทุนนะ วัดขาดทุน พระอาจารย์ก็บอกว่า ไม่เป็นไรหรอก ข้าวสารวัดมี อะไรที่วัดมีก็ใช้ไป ให้เขาไปเถอะ วัดต้องช่วยคืนกลับให้สังคม..ดิฉันฟังแล้ว ก็โมทนากับพระอาจารย์ท่าน แต่ในความเป็นจริง ก็รู้ๆว่าวัดก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในการทำนุบำรุงรักษาวัดแล้วก็ยังก่อสร้างอะไรอีก เราไม่ควรไปเบียดเบียนวัดให้มากไป ยังไงก็ควจจะให้เงินวัดตามราคาของที่ต้องจัดสรรมาให้จริงๆ อย่าไปเอาเปรียบวัด เดี๋ยวติดหนี้สงฆ์กันระนาว ไปอยู่ก็ยังต้องอาศัยไฟ น้ำประปาของวัด ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ยังไงก็ต้องชำระหนี้สงฆ์ ไม่งั้นได้ลงไปอยู่วิมานสีชมพูที่อเวจีกันเป็นแถวๆ ฝากไว้ให้คิดกันค่ะ

ใครอยากให้จัดทริปไปช่วยงานวัดกันบ้าง อิอิ

Administrator
นักเขียนโปรแกรมอิสระ

โพสเมื่อ: 2018-04-12 14:42:20

tuk :
โพสต์เมื่อ 2012-3-6 15:04

ไม่มีใครเลยจริงๆด้วย คุณสาว..ถ่ายรูปอยู่คนเดียวค่ะ แม้กระทั่งคนเดินในวัดไม่เห็นสักคนค่ะ มีแต่ปลาแฮะ...อิอิอิ แต่วัดท่านน่าไปชมนะคะ กุฏิก็น่าเข้าไปปฏิบัติธรรมนะคะ แต่ไปคนเดียวกลัวค่ะ ดูแล้วไม่มีคนเลยค่ะเงียบจัง

<< < 6 7