รวมธรรมะโดนใจ By titapoonyo

ตั้งกระทู้เมื่อ: 2018-04-12 15:42:27, แก้ไข: 2018-04-12 16:35:32

แท็ก: # #เรื่องเล่า #เรื่องเล่า สนทนาธรรมในกลุ่ม #กระทู้เว็บเก่า 

 

โพสเมื่อ: 2018-04-12 16:06:08

โดย titapoonyo
โพสต์เมื่อ 2012-7-22 12:49


??การรักษาอารมณ์ของจิตให้อยู่ในกระแสของพระนิพพาน?
(ตัดมาบางส่วนจากหนังสือ ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่มที่ ๑๖)

????? ๑๗. รักษาอารมณ์รักพระนิพพานเข้าไว้ ตามกระแสของพระนิพพานตามความเป็นจริง ผมขออนุญาตอธิบายว่า

????????? ก) อารมณ์รักพระนิพพาน เป็นอารมณ์ที่เป็นสุขที่สุด

????????? ข) ทางลัดเข้าสู่พระนิพพานแบบง่ายๆ ของสมเด็จองค์ปฐม คือ รู้ลม-รู้ตาย-รู้นิพพาน

????????? ค) อนุสติสุดท้ายจงอย่าทิ้ง คือ อานาปา-มรณา-อุปสมานุสสติ (เหมือนข้อ ข)

????????? ง) มรณานุสสติเป็นนิพพานสมบัติ ใครนึกถึงความตายได้มากเท่าไหร่ ใกล้นิพพานเพียงนั้น

????????? จ) วางอุปาทานขันธ์ ๕ ได้อย่างเดียว ก็จบกิจในพระพุทธศาสนา จึงต้องหมั่นซ้อมตาย และพร้อมตายอยู่เสมอจนจิตชินเป็นฌาน

????????? ฉ) สิ่งที่เราหลงรักที่สุดในโลกก็คือ ตัวเราเอง เราก็ไม่สามารถเอาไปได้ หากวางร่างกายนี้ได้อย่างเดียว ก็วางทุกสิ่งทุกอย่างได้หมด (ไม่มีใครเอาสมบัติของโลกไปได้)

????????? ช) ยึดสิ่งใด ทุกข์เพราะสิ่งนั้น อัตตาตัวตนเกิดตามอุปาทานที่ยึด ยึดมาก ทุกข์มาก ยึดน้อย ทุกข์น้อย ไม่ยึดอะไรก็ไม่ทุกข์ หรือก็พ้นทุกข์ เข้าสู่พระนิพพานได้

????????? ซ) สุข-ทุกข์เกิดเพราะจิตอิง หรือเกาะร่างกาย (ขันธ์ ๕)

...................................................................................................
แสดงความคิดเห็น

jeab อนุโมทนาค่ะ โพสต์เมื่อ 2012-9-18 15:45

Dang88 อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-7-23 12:46

..................................................................................................
นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ

โพสเมื่อ: 2018-04-12 16:08:43

โดย titapoonyo
โพสต์เมื่อ 2012-7-22 13:01


?กำลังใจของคนที่จะไปนิพพานและให้ระวังอารมณ์ทะนงตน
(ตัดมาบางส่วนจากหนังสือ ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่มที่ ๑๖)

??????? ๓. กำลังใจของคนที่จักไปพระนิพพานได้นั้นเป็นอย่างไร มีความโดยย่อดังนี้ บุคคลท่านหนึ่งซึ่งศรัทธาในท่านพระ........ ได้พาพ่อ-แม่มากราบท่าน ท่านเมตตาสอนเรื่องขันธ์ ๕ หรือร่างกายนั้นมันไม่ใช่เรา-ไม่ใช่ของเรา ตัวเราจริงๆ คือจิต ซึ่งมาอาศัยร่างกายนี้อยู่ชั่วคราวเป็นอมตะไม่เคยตาย ให้พยายามซ้อมตาย และพร้อมตายอยู่เสมอ ด้วยมรณาและอุปสมานุสสติ ทำบ่อยๆ จิตก็จักชินไปเอง คือรู้ลม-รู้ตาย-รู้นิพพาน ทั้งสองคนนี้จิตดีทั้งคู่ แต่แม่จิตดีกว่าพ่อ ต่อมาแม่ป่วยแต่จิตไม่ป่วยตามร่างกาย ตามที่ท่านพระ.....สอน ท่านเป็นผู้ไม่ประมาทในความตาย จึงซ้อมตายและพร้อมที่จะตายอยู่แล้วเป็นปกติ เมื่อเวลาจริงมาถึง จิตท่านก็ไปพระนิพพานได้โดยง่าย

????????? ๔. อารมณ์ทะนงตนเองจัดเป็นมานะกิเลส บุคคลบางคนชอบดูแต่ภายนอก คือดูรูปร่าง-หน้าตาซึ่งมิใช่ตัวจริง-ของจริง ตัวจริง-ของจริงอยู่ที่จิต บางคนรูปร่าง-หน้าตาดี แต่จิตใช้ไม่ได้เลยก็มีอยู่ไม่น้อย จะต้องดูจิตใจที่มีการปฏิบัติละ-วางว่าทำได้แค่ไหน โดยอาศัยศีล-สมาธิ-ปัญญา หรือทาน-ศีล-ภาวนาเป็นเครื่องตัดสินจึงจะถูกต้อง (ให้ดูคิริมานนทสูตร ซึ่งองค์สมเด็จฯปัจจุบันทรงตรัสสอนไว้ในธรรมะเล่ม ๓ ประกอบ) ความตั้งใจจักไปพระนิพพาน ให้มีความตั้งมั่นอยู่ในจิตอยู่เสมอเป็นของดี แต่จงอย่าทะนงตนว่าไปได้แน่ อารมณ์ทะนงจัดว่าเป็นมานะกิเลส อารมณ์แท้จริงที่ถูกต้อง จักต้องมีความสงบ-ไม่ฟู-ไม่แฟบไปด้วยอารมณ์ของกิเลส จุดนี้จักต้องสำรวจจิตของตนเองเอาไว้ให้ดีๆ อย่าคิดแต่ว่าจักสอนเตือนคนอื่นให้มุ่งสอนจิต-เตือนจิตของตนเองเอาไว้เสมอ จึงจักเอาดีได้

..............................................................................
แสดงความคิดเห็น

Dang88 อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-7-23 12:46

.........................................................................
นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ

โพสเมื่อ: 2018-04-12 16:09:43

โดย titapoonyo
โพสต์เมื่อ 2012-7-22 13:06


อย่าให้ความเบื่อสิงใจอยู่นาน
(ตัดมาบางส่วนจากหนังสือ ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่มที่ ๗)
????????? สมเด็จองค์ปฐม ทรงมีพระเมตตา ตรัสสอนเรื่องนี้ไว้ดังนี้

????????? ๑. อย่าให้ความเบื่อสิงใจอยู่นาน เพราะอารมณ์นี้มันหดหู่ ทำลายความสุขของจิต พยายามดึงอารมณ์ให้เหนือขึ้นไป คือ ลงตัวสังขารุเบกขาญาณเข้าไว้

????????? ๒. เบื่อมันทำไม ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นกฎของธรรมดาสภาวะทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ไม่มีอะไรดี-ไม่มีอะไรเลว มันเป็นเรื่องของกฎธรรมดา เกิด - เสื่อม - ดับอยู่อย่างนั้นเป็นปกติ

????????? ๓. ถ้าหากจิตเรารู้เท่าทันอริยสัจ ก็ไม่จำเป็นที่จักต้องไปเบื่อมัน เห็นทุกสิ่งทุกอย่างลงตัวธรรมดาหมด ถ้าหากจักเบื่อ ก็ให้เบื่อกำลังใจของตนเอง

????????? ๔. นี่เพราะจิตของเราไปยุ่งเอง เพราะฉะนั้นจักต้องหมั่นรักษากำลังใจของตนเองเข้าไว้ มีอะไรเกิดขึ้นให้แก้ไขที่ใจของตนเองเป็นสำคัญ หาเหตุ-หาผลให้พบในจิตของตนเองนั่นแหละ แก้ที่ตรงนั้น แล้วเจ้าจักพบชัยชนะของจิตเป็นลำดับไป

................................................................................
แสดงความคิดเห็น

Dang88 อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-7-23 12:47

..........................................................................
นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ

โพสเมื่อ: 2018-04-12 16:10:47

โดย titapoonyo
โพสต์เมื่อ 2012-7-22 13:15


การซ้อมตาย
(ตัดมาบางส่วนจากหนังสือ ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่มที่ ๗)
???????
?? การซ้อมตายก่อนที่จะตายจริงๆ นั้นเป็น มิจฉาทิฎฐิ หรือเปล่า

????????? สมเด็จองค์ปฐม ทรงมีพระเมตตา ตรัสสอนเพื่อนของผมไว้ มีความสำคัญดังนี้

????????? ๑. ทุกคนหรือทุกองค์ที่ในขณะนั้น เวลาใกล้จักตาย มีใครบ้างที่คิดว่าตนเองกำลังซ้อมตาย หรือเป็นการลองตายทุกคนทุกองค์ต่างมีความคิดว่า กำลังจะตายจริง ตัดได้หรือไม่ได้ ก็สุดแต่กำลังใจของแต่ละคน

????????? ๒. ในขณะนั้นไม่มีใครคิดว่ากำลังตายไม่จริง ทุกคนต่างคิดว่ากำลังจะตายจริงๆ จุดนี้แหละที่ผิดกับกำลังใจของเจ้า เพราะในเมื่อเจ้าตั้งใจว่าจะลองตายดู แต่จิตมันยังฝังอยู่ว่าตายไม่จริง วาระนี้ยังไม่ถึงคราว เป็นการลองซ้อมตาย เจ้าก็เลยประมาทยังตายไม่จริง เกิดคิดอย่างนั้นเข้า แต่วาระนั้นเกิดตายขึ้นมาจริง ๆ แล้วเจ้าจักเสียใจ นี่จุดนี้เจ้าคิดผิดไหม เป็น มิจฉาทิฏฐิ ไหม (ก็ยอมรับว่าเป็นมิจฉาทิฎฐิ)

????????? ๓. มีหรือจักไม่จริง จิตคิดแต่ผลได้ ไม่รู้จักคิดถึงผลเสียบ้างเลย ตถาคตมิได้สอนให้คิดว่าความตายเป็นของไม่จริง ทดลองประมาทกับความตายได้ แต่ความจริงแล้วความตายเป็นของจริง ให้ทุกคนอย่าประมาทกับความตาย อย่าล้อเล่นกับความตาย

????????? ๔. ให้ดูตัวอย่าง พี่สาวของ...ที่ชอบกินยาตายประท้วงสามีนักเที่ยว เธอประมาทมากเกินไป รู้ว่าสามีจักกลับมาถึงบ้านเวลาไหน เธอก็กินยาในเวลานั้น สามีกลับมาถึงพอเธอไปส่งโรงพยาบาล ล้างท้องได้ทันถึง ๒ ครั้ง แต่เมื่อชะตาถึงฆาต ครั้งล่าสุดเธอก็คิดประท้วงสามีด้วยลีลาเดิม เธอกินยาในเวลานั้น คิดว่าจักอย่างไรสามีก็กลับบ้านมาทัน นำเธอไปล้างท้องเหมือนเช่นเคย แต่เปล่า กฎของกรรมมันบังคับ สามีกลับผิดเวลา เธอเลยต้องสังเวยชีวิต เพราะความประมาทในการประท้วงโดยไม่เข้าท่าของเธอ จุดนี้เจ้าจักเห็นได้ว่า คนคิดว่าไม่ตายหรอก พอเกิดตายขึ้นมาจริงๆ แล้ว ก็ต้องไปสู่อบายภูมิอย่างไม่มีใครช่วยได้ นี่เพราะความคิดเห็นผิดๆ ของตนเองเป็นสำคัญ (เพื่อนผมขอขมาต่อพระองค์ ยอมรับความโง่ของตนเอง)

????????? ๕. ถ้าเจ้าประมาทคิดโง่ๆ แบบนี้ เจ้าเกิดตายตอนนี้จริงๆ กำลังจิตก็ยังไม่เข้าถึงพระนิพพานได้ จงอย่าหวังในทางลัดให้มากนัก วัดกำลังใจที่ตัดสังโยชน์ ๑๐ ประการ ดูว่าไปได้แค่ไหน เข้าพระนิพพานได้หรือยัง (ก็รับว่า ยัง)

????????? ๖. แล้วอารมณ์อยากลองตาย ก็คืออารมณ์อยากตายเร็วนั่นแหละ มันเป็นอารมณ์หยาบของจิต พิจารณาดูให้ดีๆ เถิด

????????? ๗. สู้มาวางอารมณ์จิตให้พร้อมรับกับความตายในทุกๆ ขณะจิต ในทุกๆ อิริยาบถ ในทุกๆ สถานที่ และรักษากำลังใจตั้งมั่นตัดตรงสู่พระนิพพานเข้าไว้เสมอ จักยังดีเสียกว่า เพราะจักได้ไม่ประมาทในชีวิต

????????? ๘. ให้ดูตัวอย่างของผู้ที่ได้ลองตายไปได้ หรือไปไม่ได้เพราะเหตุใด คุณหมอไปได้ ท่านพระ...ไปไม่ได้ คุณนอพอ คุณออไปไม่ได้ ทุกท่าน ทุกองค์มีอะไรเป็นสาเหตุ เอาจุดนี้มาศึกษาให้ได้เป็นประโยชน์แก่การวางอารมณ์จิตของตนเอง คุณหมอตัดตรง ท่านพระ....ตัดเหมือนกัน แต่เวลานั้นจิตไม่ได้เกาะพระนิพพาน ซึ่งเวลานี้ท่านหันมาแก้ไขจุดนี้อย่างจริงจังแล้ว ถ้าตายอีกทีท่านไปได้แน่ คุณนอพอห่วงศพ นอนไม่สวย คุณออห่วงศพจะไปไม่ถึงที่รับบริจาค คือ มหาวิทยาลัยสงขลา

????????? ๙. สรุปลงท้ายถึงสาเหตุที่ยังไปไม่ได้ ๒ แง่ คือ

?????????????? ก) ท่านพระ...ไปไม่ได้ เพราะจิตมิได้เกาะพระนิพพานอย่างจริงจัง

?????????????? ข) อีก ๒ ท่านห่วงขันธ์ ๕

????????? เจ้าก็ต้องสรุปลง๒ จุดนี้ นำมาเป็นประโยชน์สอนจิต แก้ไขอารมณ์ไม่ให้เป็นอย่างเขาทั้งหลาย

????????? ๑๐. วางอารมณ์จิตเสียใหม่ด้วย คิดไว้เสมอตายเมื่อไหร่ - ที่ไหน ให้จิตมีอารมณ์ตัดการจุติอยู่เสมอ รู้ลม - รู้ตาย - รู้นิพพาน

..................................................................
แสดงความคิดเห็น

Dang88 อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-7-23 12:48

.................................................................
นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ

โพสเมื่อ: 2018-04-12 16:13:57

โดย titapoonyo
โพสต์เมื่อ 2012-8-16 00:32


พุทโธเข้าไว้ปลอดภัยทุกอย่าง
(ตัดมาบางส่วนจากหนังสือ ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่มที่ 16)

พุทโธเข้าไว้ปลอดภัยทุกอย่าง จงทำใจให้สบาย ใครเขาจักเล่นคุณไสยอย่างไร ก็เรื่องของเขา จงทำใจเป็นผู้ไม่รับในสิ่งที่เขาให้ กรรมเหล่านี้ก็จักตกกับเขาเอง พุทโธเข้าไว้ปลอดภัยทุกอย่าง จงอาศัยอำนาจพุทธคุณ-ธัมมคุณ-สังฆคุณ รักษาตนให้พ้นภัยจากพาลทั้งปวง จงอย่าจำ-จงอย่างระลึก หรือไปนึกถึงเขาเหล่านั้น อย่าไปคิดว่าเขาเป็นอย่างไร-เขาทำอย่างไร ให้คิดแต่เพียงว่าทุกอย่างอนัตตาไปหมด ไม่มีอะไรเหลือ ลบล้างสัญญาตอนนี้ไปให้หมดแล้วจิตจักสบาย กรรมทุกอย่างก็จักไปตกแก่ผู้กระทำเอง ให้ใช้คาถาของสมเด็จองค์ปฐม ที่ว่า "พุทโธ-ธัมโม-สังโฆ อัปมาโณ ปัด-ตัด ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา" แล้วภาวนาอนันตาๆ ไปก็ได้..

.............................................................
แสดงความคิดเห็น

Noinea สาธุๆๆค่ะ โพสต์เมื่อ 2012-10-25 19:09

chaiwan อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-8-16 16:15

Dang88 อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-8-16 12:30

Me_myself อนุโมทนาค่ะ โพสต์เมื่อ 2012-8-16 11:44

chid อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-8-16 06:33

............................................................
นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ

โพสเมื่อ: 2018-04-12 16:15:36

โดย titapoonyo
โพสต์เมื่อ 2012-8-16 00:34


การสร้างพระช่วยบรรเทาการเจ็บป่วยทางร่างกายได้
(ตัดมาบางส่วนจากหนังสือ ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้นเล่มที่ 16)

การสร้างพระช่วยบรรเทาการเจ็บป่วยทางร่างกายได้ หากเราได้มีส่วนร่วมบุญในการสร้างพระกับเขาด้วย ก็จักมีอานิสงส์ใหญ่ตามๆ กันมา ได้ทั้งรูปธรรม และนามธรรม ทั้งๆ ที่ไม่ได้คิดหวังผลตอบแทน ทำดี-ทำบุญทุกอย่างก็เพื่อพระนิพพานจุดเดียว สุขภาพร่างกายจักดีขึ้น นี่เป็นรูปธรรม สำหรับผลของการปฏิบัติของทุกๆ คนที่ร่วมบุญกันสร้างพระ ก็จักได้ดีขึ้น นี่เรียกว่านามธรรม สิ่งเหล่านี้เรียกว่าผลตอบแทน ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง หากแต่เป็นอริยทรัพย์อริยผล ผู้ร่วมบุญสร้างพระจึงมีอานิสงส์มาก จึงส่งผลให้การปฏิบัติธรรมก้าวหน้าขึ้น ทุกคนมีโอกาสเข้าสู่ความเป็นพระอริยเจ้าได้ง่าย บุคคลใดที่มีฐานของบุญมั่นคงถาวรอยู่แล้ว เช่นตัดสังโยชน์เบื้องต่ำ ๓ ข้อแรกได้แล้ว ก็จักยิ่งส่งมรรคผลได้เร็วยิ่งขึ้น


วิธีรักษาอาการกระดูกสันหลังหักด้วยน้ำมันชาตรีวัดท่าซุง

ถาม : มีคนประสบอุบัติเหตุกระดูกสันหลังหัก ควรทำบุญอย่างไรเพื่อช่วยให้หายเร็วขึ้นครับ ?

ตอบ : "ให้คนเอา น้ำมันชาตรี ของ หลวงพ่อวัดท่าซุง มาทาแล้วนวดให้ ส่วนตัวเองภาวนาอิติปิโสฯ ทั้งบทไปเลยก็ได้ ขอบารมีพระท่านสงเคราะห์

น้ำมันชาตรีวัดท่าซุง
ถ้าหากว่าจะรักษาโรคให้อธิษฐานแล้วลองทาดูก่อน ถ้ารู้สึกปกติหรือรู้สึกเย็นแสดงว่าโรคนั้นรักษาได้ ถ้ารู้สึกร้อนแปลว่าเกินกฎของกรรม ไม่สามารถที่จะฝืนได้ หลังจากนั้นจะกินหรือทาก็แล้วแต่ ถ้ารู้สึกปกติเหมือนกับน้ำมันทาผิวเฉย ๆ หรือว่ารู้สึกเย็นรักษาได้แน่ แต่ถ้ารู้สึกร้อนไม่ต้องรักษาเลย กรรมนั้นเราจำต้องรับ


เดี๋ยวเอาไว้ตอนอาตมาแก่กว่านี้ จะขออนุญาตพระท่านทำบ้าง หลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านบอกว่า ในชีวิตท่านเห็น หลวงปู่ปาน กับอาจารย์โภคา ทำได้แค่ ๒ องค์เท่านั้น แล้วก็ทำได้คนละครั้งเดียว หลวงพ่อท่านบอกว่าท่านเองท่านไม่แน่ใจ เมื่อพระอนุญาตท่านก็ทำเสียเต็มที่เลย สั่งน้ำมันงาจากโรงงาน ๓๐๐ ปีบ ไปเข้าพิธี

น้ำมันชาตรีดีตรงที่ว่าเติมไปได้เรื่อยๆ เติมเท่าไรอานุภาพก็ยังเท่าเดิม แต่ให้เอาของเก่าเททับของใหม่ อย่าเอาของใหม่เททับของเก่า ถ้าเอาของใหม่เททับของเก่า จะเหมือนกับเราเอาของไปเทใส่หัวพระ ในเมื่อไม่มีความเคารพท่านก็ไม่สงเคราะห์ให้


สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕


ที่มา : เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕ - หน้า 6 - กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

.............................................................................
แสดงความคิดเห็น

Noinea สาธุๆๆ อนุโมทนาค่ะ โพสต์เมื่อ 2012-10-25 19:09

chaiwan อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-8-16 16:16

Dang88 อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-8-16 12:30

Me_myself โมทนาด้วยค่ะ โพสต์เมื่อ 2012-8-16 11:44

chid อนุโมทนาครับ โพสต์เมื่อ 2012-8-16 06:33

........................................................................
นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ

1 2 3